ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ณ ตลาดน้ำมัน นิวยอร์ก เฉลี่ยรายสัปดาห์ เคลื่อนไหวผันผวน ตามปัจจัยทางพื้นฐาน และปัจจัยทางจิตวิทยา ดังต่อไปนี้
ปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบ
+ ความกังวลด้านอุปทานน้ำมันในทะเลเหนือ เนื่องจากคนงานบริษัทน้ำมันของนอร์เวยประท้วงหลังจากการเจรจาเกี่ยวกับเงิน บำนาญจบลงโดยปราศจากข้อตกลงใด ๆ ส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบลดลง 240,000 บาร์เรลต่อวัน
+ศูนย์เฮอร์ริเคนแห่งชาติของสหรัฐ ระบุมีพายุก่อตัวขึ้นในอ่าวเม็กซิโก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันในบริเวณดังกล่าว
+ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐปรับขึ้น 1.1% ในเดือนพ.ค.
+สัญญาบ้านที่รอปิดการขายเดือนพ.ค. ปรับขึ้น 5.9% สู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี ที่ 101.1
+ยอด ขายบ้านใหม่เดือนพ.ค. ปรับขึ้น 7.6% สู่ระดับ 369,000 ยูนิตต่อปี ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2554
ปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบ
-ปัญหาเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยูโรโซน
-นักลงทุนผิดหวังที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ไม่ได้ประกาศมาตรการ QE3 แต่ขยายเวลาการใช้มาตรการ Operation Twist ออกไปอีก 6 เดือน ที่วงเงิน 2.67 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
-การประกาศตัวเลขภาคการผลิตที่อ่อนแอของ สหรัฐ จีน และ ยุโรป
-เยอรมนี คัดค้านการออกพันธบัตรหรือตั๋วเงินคลังร่วมกันในกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร (ยูโรบอนด์)
-สเปนยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือทางการเงินอย่างเป็นทางการจากยูโรโซน เพื่อช่วยเหลือภาคธนาคารที่ประสบปัญหาภายในประเทศ
-มูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือธนาคารรายใหญ่ 15 แห่งทั่วโลก โดยระบุถึงความวิตกเกี่ยวกับศักยภาพในการทำกำไรของธนาคารดังกล่าวในตลาดตลาด ทุนที่มีความเปราะบาง
-มูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้ระยะยาวและเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ 28 แห่งของสเปนลง 1 - 4 ขั้น
-ไซปรัส ขอความช่วยเหลือจากกองทุนคุ้มครองฉุกเฉินสำหรับสมาชิกยูโรโซน โดยคาดว่าวงเงินช่วยเหลืออาจสูงถึง 1 หมื่นล้านยูโร
|