BCP 33.50
BCP
-0.25 (-0.74%)

ข่าวตลาดน้ำมันโลก

รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันประจำวันที่ 31 พ.ค. – 6 มิ.ย. 2560

 7 มิ.ย. 60

ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ณ ตลาดน้ำมันนิวยอร์ก และราคาน้ำมันดิบ Brent ณ ตลาดลอนดอน เฉลี่ยรายสัปดาห์ เคลื่อนไหวผันผวนตามปัจจัยทางพื้นฐาน และปัจจัยทางจิตวิทยาดังต่อไปนี้

 

ปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบ

 

+ สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขปริมาณสำรองน้ำมันของสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 26 พ.ค. โดยระบุว่า ปริมาณสำรองน้ำมันดิบร่วงลงเป็นสัปดาห์ที่ 8 ติดต่อกัน และมากกว่าคาด โดยสัปดาห์ล่าสุดปรับลดลง 6.4 MB สู่ 509.9 MB, ปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่เมืองคุชชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบน้ำมันตามสัญญาในตลาด NYMEX ลดลง 747,000 BBL สู่ 64.82 MB

 

+ ADP เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐเพิ่มขึ้น 253,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ที่ 185,000 ตำแหน่ง

 

+ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 27 พ.ค.เพิ่มขึ้นเกินคาดสู่ 248,000 ราย จาก 235,000 รายในสัปดาห์ก่อนหน้า

 

+ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนพ.ค. ขยายตัวที่ระดับ 54.5 เพิ่มขึ้นจากระดับ 54 ในเดือนเม.ย. และขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10 ในเดือนพ.ค. ด้านดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนพ.ค. อยู่ที่ระดับ 51.2 ซึ่งเป็นระดับเดียวกับเดือนเม.ย. โดยยังขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10

 

 

 

ปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบ

 

- แรงกดดันจากความกังวลที่ว่า การที่ซาอุดิอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE), บาห์เรน และอียิปต์ตัดความสัมพันธ์กับกาตาร์ อาจจะเป็นอุปสรรคขัดขวางการปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมัน โดยทั้งซาอุดิอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE), บาห์เรน และอียิปต์ตัดเส้นทางการขนส่งกับกาตาร์ โดยกล่าวหากาตาร์ว่า สนับสนุนกลุ่มหัวรุนแรง และบ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยกาตาร์ถือเป็นประเทศผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และคอนเดนเสทรายใหญ่ที่สุดในโลก กาตาร์ผลิตน้ำมันดิบราว 600,000 BPD ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) แต่ความขัดแย้งภายในกลุ่มโอเปกอาจจะส่งผลเชิงลบต่อข้อตกลงปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมัน

 

- ทรัมป์แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า สหรัฐจะยุติการมีส่วนร่วมในความตกลงปารีสว่าด้วยปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และจะยุติการแบกรับภาระทางด้านเศรษฐกิจและการเงิน อันเนื่องมาจากการต้องปฏิบัติตามความตกลงปารีส การตัดสินใจของปธน.ทรัมป์จะไม่ส่งผลดีต่อราคาน้ำมัน เพราะจะทำให้มีการผลิตน้ำมันในสหรัฐมากขึ้น ซึ่งจะบั่นทอนความพยายามลดกำลังการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และอาจทำให้ประเทศอื่นดำเนินการตามสหรัฐ

 

- เบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะบ่อน้ำมันสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันที่มีการใช้งานในสหรัฐ มีจำนวนเพิ่มขึ้น 11 แท่น สู่ระดับ 733 แท่น และเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 20 ติดต่อกัน เทียบกับระดับ 325 แท่นในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

 

- กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 138,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 174,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.3% จากระดับ 4.4% ในเดือนเม.ย.

 

- โกลด์แมน แซคส์ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมัน WTI ในปีนี้ลงสู่ระดับ 52.39 $/BBL ในปีนี้ จากระดับ 54.80 $/BBL ที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ ส่วนราคาเฉลี่ยของน้ำมันดิบเบรนท์จะอยู่ที่ 55.39 $/BBL ในปีนี้ ลดลงจากระดับ 56.76 $/BBL ที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ โดยระบุว่า ต้นทุนการผลิตน้ำมันที่ลดลงของสหรัฐ จะทำให้ปริมาณน้ำมันเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีข้างหน้า และเมื่อกลุ่มโอเปกสิ้นสุดช่วงเวลาปรับลดกำลังการผลิต การผลิตน้ำมันของโอเปกและสหรัฐก็จะเพิ่มขึ้น 1.0-1.3 MBD ระหว่างปี 2018-2020