BCP 37.75
BCP
+0.50 (1.34%)

ข่าวตลาดน้ำมันโลก

รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันประจำวันที่ 20-26 ก.ย. 2560

 27 ก.ย. 60

ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ณ ตลาดน้ำมันนิวยอร์ก และราคาน้ำมันดิบ Brent ณ ตลาดลอนดอน เฉลี่ยรายสัปดาห์ เคลื่อนไหวผันผวนตามปัจจัยทางพื้นฐาน และปัจจัยทางจิตวิทยาดังต่อไปนี้
 
ปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบ

+ ตุรกีขู่ที่จะปิดกั้นการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคเคอร์ดิสสถานของอิรักมายังท่าเรือของตุรกี เพื่อเป็นการกดดันเขตปกครองตนเองของชาวเคิร์ดในอิรักไม่ให้จัดการทำประชามติเรื่องการแยกตัวเป็นเอกราช โดยรัฐบาลอิรักไม่ยอมรับการทำประชามติดังกล่าว และเรียกร้องให้ประเทศอื่นๆยุติการนำเข้าน้ำมันดิบจากเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถานแห่งอิรัก ธนาคารคอมเมอร์ซแบงก์ระบุว่า ถ้าหากมาตรการคว่ำบาตรเคอร์ดิสถานประสบความสำเร็จ น้ำมันดิบที่เข้าสู่ตลาดโลกก็อาจจะลดลง 500,000 BPD

+ นายเอสซาม อัล-มาร์ซูค รมว.น้ำมันคูเวตกล่าวว่า มาตรการจำกัดการผลิตน้ำมันช่วยในการปรับลดสต็อกน้ำมันดิบในตลาดโลกลงสู่ค่าเฉลี่ย 5 ปี ซึ่งตรงกับเป้าหมายที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ระบุไว้

+ กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันประชุมกันที่กรุงเวียนนา และระบุว่าทางกลุ่มอาจจะรอจนถึงเดือนม.ค.ก่อนจะตัดสินใจว่า ทางกลุ่มจะต่ออายุข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมันออกไปหลังเดือนมี.ค. 2018 หรือไม่

+ รัฐมนตรีไนจีเรียกล่าวว่า ไนจีเรียผลิตน้ำมันดิบในระดับต่ำกว่าเพดานที่กำหนดไว้ ถึงแม้ไนจีเรียไม่ได้เข้าร่วมในข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมันก็ตาม

+ Iraq มีแผนลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบที่ 260 KBD ซึ่งมากกว่าส่วนแบ่งตามข้อตกลงในการลดกำลังการผลิตของโอเปค โดยตามข้อตกลง Iraq ต้องลดการผลิตน้ำมันดิบ 210 KBD สู่ระดับ 4.351 MBD

+ คณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต (JMMC) เปิดเผยว่า ประเทศที่ร่วมในข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน ให้ความร่วมมือลดกำลังการผลิตที่ระดับ 116% ในเดือนส.ค. เพิ่มขึ้นจากระดับ 94% ในเดือนก.ค.

+ บริษัทเบเกอร์ ฮิวจ์สรายงานว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน ในขณะที่บริษัทน้ำมันปรับลดงบลงทุนเมื่อราคาน้ำมันร่วงลงในช่วงก่อนหน้านี้ จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันลดลง 5 แท่น สู่ 744 แท่นในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 22 ก.ย.

 


ปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบ

- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐพุ่งขึ้นแตะ 9.51 MBD ในสัปดาห์ที่แล้ว โดยปรับขึ้นจาก 8.78 MBD ปริมาณการผลิตเริ่มปรับเพิ่มขึ้นหลังจากอิทธิพลของพายุเฮอริเคนฮาร์วีย์ในช่วงปลายเดือน ส.ค. นักวิเคราะห์คาดว่าการเพิ่มขึ้นของการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐจะทำให้ OPEC ประสบปัญหาในการผลักดันราคาน้ำมันดิบ

- EIA เปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 15 ก.ย. โดยระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเกินคาด 4.6 MB สู่ 472.8 MB, สต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคุชชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบน้ำมันตามสัญญาในตลาด NYMEX เพิ่มขึ้น 703,000 BBL สู่ 59.8 MB

- โรงกลั่น Port Arthur, Texus กำลังการผลิต 335 KBD หยุดการผลิตฉุกเฉินหน่วย Coker เนื่องจากเกิดไฟไหม้ที่หน่วย โดยหน่วย Coker มีกำลังการผลิตที่ 100 KBD นอกจากนี้การหยุดฉุกเฉินของหน่วย Coker ยังส่งผลให้อาจมีการหยุดการผลิตของหน่วย CDU กำลังการผลิต 270 KBD อีกด้วย โรงกลั่น Port Arthur เพิ่งเริ่มกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้ง หลังปิดทำการเนื่องจากผลกระทบของเฮอริเคนฮาร์วีย์ในวันที่ 30 ส.ค.

- เฮอริเคน Maria ซึ่งเป็นเฮอริเคนระดับ 5 ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่แถบ Caribbean ไปสู่ทางเหนือของมหาสมุทร Atlantic และคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมน้ำมันในบริเวณอ่าวแม็กซิโกของสหรัฐ อย่างไรก็ตาม การขนส่งทางเรือในบริเวณดังกล่าวได้รับผลกระทบทำให้อุปสงค์น้ำมันดิบได้รับผลกระทบไปด้วย