BCP 37.25
BCP
- (-%)

ข่าวตลาดน้ำมันโลก

รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันประจำวันที่ 11-17 ต.ค. 2560

 18 ต.ค. 60

ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ณ ตลาดน้ำมันนิวยอร์ก และราคาน้ำมันดิบ Brent ณ ตลาดลอนดอน เฉลี่ยรายสัปดาห์ เคลื่อนไหวผันผวนตามปัจจัยทางพื้นฐาน และปัจจัยทางจิตวิทยาดังต่อไปนี้
 
ปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบ

+ รัฐบาลอิรักสามารถเข้ายึดครองพื้นที่หลายแห่งในภาคเหนือของอิรักมาจากกองกำลังชาวเคิร์ด และส่งผลให้ดุลอำนาจภายในอิรักเปลี่ยนแปลงไปในระยะนี้ การสู้รบในแหล่งผลิตน้ำมันในอิรักส่งผลบวกต่อราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา เขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถานในอิรักได้ปิดการผลิตน้ำมันในอัตรา 350 KBD เป็นเวลาสั้นๆ โดยปิดการผลิตในแหล่งน้ำมันไบ ฮัสซันและอาวานาเนื่องจากมีปัญหาด้านความปลอดภัย กองทัพของรัฐบาลกลางอิรักได้เริ่มปฏิบัติการสู้รบในวันอาทิตย์ ในขณะที่วิกฤติระหว่างรัฐบาลกลางอิรักกับรัฐบาลเขตเคอร์ดิสถาน (KRG) ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดย KRG ได้ทำประชามติเรียกร้องเอกราชในวันที่ 25 ก.ย. เหตุการณ์เหล่านี้สร้างความกังวลในตลาด เพราะมีการผลิตน้ำมันราว 600 KBD ในเคอร์ดิสถาน

+ ธนาคารแบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ปรับขึ้นตัวเลขคาดการณ์ราคาน้ำมัน โดยคาดว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจจะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 54 ดอลลาร์ในไตรมาสนี้ และ 52.50 ดอลลาร์ในไตรมาส 1/2018 โดยปรับขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ 50 ดอลลาร์ และ 49.50 ดอลลาร์ตามลำดับ

+ ประธานาธิบดีโดนัดล์ ทรัมป์ได้กล่าวว่า เขาจะไม่ให้การรับรองว่า อิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์ ถึงแม้หน่วยงานตรวจการณ์ด้านนิวเคลียร์ของยูเอ็นระบุว่า รัฐบาลอิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงนี้ ปธน.ทรัมป์ให้สภาคองเกรสเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องนี้ โดยสภาคองเกรสมีเวลา 60 วันในการตัดสินใจว่าจะนำมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านมาใช้อีกหรือไม่ โดยในการคว่ำบาตรครั้งก่อน อิหร่านต้องลดการส่งออกน้ำมันดิบราว 1 MBD

+ แท่นขุดเจาะน้ำมันสหรัฐที่ Louisiana’s Lake Pontchartrain เกิดระเบิด ทำให้มีผู้สูญหายและบาดเจ็บจำนวนมาก

+ ปริมาณการนำเข้าน้ำมันของจีนพุ่งขึ้นแตะ 9 MBD ในเดือนก.ย. และส่งผลให้จีนนำเข้าน้ำมันเฉลี่ยราว 8.5 MBD ในเดือนม.ค.-ก.ย. ซึ่งเท่ากับว่าจีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลก จีนนำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้นเพื่อนำมาเก็บไว้ในคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ โดยสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่า จีนใช้เงินไปแล้วราว 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์ในการปรับเพิ่มปริมาณน้ำมันดิบในคลังสำรองนับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา และจีนเก็บน้ำมันไว้ในคลังสำรองราว 850 MB ในปัจจุบัน

+ EIA เผยตัวเลขสต็อกน้ำมันสหรัฐประจำสัปดาห์ที่ 6 ต.ค. โดยสต็อกน้ำมันดิบลดลง 2.7 MB, สต็อก Distillate ลดลง 1.5 MB, สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 2.5 MB และอัตราการใช้กำลังกลั่นเพิ่มขึ้น 1.1% สู่ระดับ 89.2% ในขณะที่ตัวเลขส่งออกน้ำมันดิบสหรัฐลดลงสู่ระดับ 1.27 MBD แต่ยังคงสูงกว่าระดับ 1 MBD ต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก

+ โอเปกคาดว่า ความต้องการซื้อน้ำมันโอเปกจะเพิ่มสูงขึ้นในปี 2018 และระบุว่ามาตรการปรับลดการผลิตน้ำมันช่วยบรรเทาภาวะน้ำมันดิบล้นตลาดโลก อีกทั้งตลาดโลกจะต้องการซื้อน้ำมันดิบโอเปกราว 33.06 MBD ในปี 2018 โดยปรับขึ้น 230,000 BPD จากตัวเลขคาดการณ์ครั้งก่อน

+ ซาอุดิอาระเบียระบุว่า ซาอุดิอาระเบียได้ปรับลดการจัดสรรน้ำมันดิบเพื่อส่งออกในเดือนพ.ย.ลง 560,000 BPD ซึ่งสอดคล้องกับภาระผูกพันที่ซาอุดิอาระเบียมีต่อข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมัน

+ เลขาธิการกลุ่มโอเปกกล่าวว่า กลุ่มโอเปกจะจัดการประชุมรอบสองกับบริษัทผู้ผลิตน้ำมันอิสระของสหรัฐ และกับกองทุนเฮดจ์ฟันด์ และเขากล่าวเสริมว่า ไม่มีผู้ผลิตน้ำมันรายใดที่สามารถอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้

 

ปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบ

- IEA คาดการณ์ว่าอุปสงค์น้ำมันดิบของ OPEC จะอยู่ที่ระดับ 32.5 MBD ในปี2018 ซึ่งต่ำกว่าระดับที่ OPEC ผลิตในเดือนที่ผ่านมา 150,000 BPD

- ซาอุดิอาระเบียผลิตน้ำมัน 9.97 MBD ในเดือนก.ย. โดยปรับขึ้น 22 KBD จากเดือนส.ค. แต่ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับเป้าหมาย