BCP 33.25
BCP
-0.50 (-1.48)

ข่าวตลาดน้ำมันโลก

รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันประจำวันที่ 30 พ.ย. – 5 ธ.ค. 2560

 6 ธ.ค. 60

ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ณ ตลาดน้ำมันนิวยอร์ก และราคาน้ำมันดิบ Brent ณ ตลาดลอนดอน เฉลี่ยรายสัปดาห์ เคลื่อนไหวผันผวนตามปัจจัยทางพื้นฐาน และปัจจัยทางจิตวิทยาดังต่อไปนี้

 

ปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบ

 

+ ผลการประชุมระหว่าง OPEC และ Non-OPEC ซึ่งรวมถึงรัสเซีย เมื่อ 30 พ.ย. ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ตกลงขยายระยะเวลาปรับลดกำลังผลิตกำลัง 1.8 MBD ออกไปถึงสิ้นปี 2018 จากเดิมที่จะสิ้นสุดในเดือน มี.ค. แต่จะมีการพิจารณาอีกครั้งในการประชุมเดือนมิ.ย. เพื่อพิจารณาว่าตลาดมีความร้อนแรงจนเกินไปหรือไม่ นอกจากนี้ Nigeria และ Libya ยังเข้าร่วมในข้อตกลงครั้งนี้ด้วย โดยทั้งสองประเทศจะผลิตน้ำมันดิบรวมกันไม่ให้เกิน 2.8 MBD

 

+ นักวิเคราะห์ของบริษัทมอร์แกน สแตนเลย์คาดว่า อุปสงค์น้ำมันจะยังคงเติบโตเร็วกว่าอุปทานในปี 2018 ในขณะที่อุปทานน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจะมาจากสหรัฐกับแคนาดาเป็นส่วนใหญ่ โดยอุปสงค์น้ำมันเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเกินคาดในปีนี้ ส่งผลดีต่อความพยายามของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในการขจัดปริมาณน้ำมันที่ล้นตลาด

 

+ บริษัทโกลด์แมน แซคส์ปรับขึ้นตัวเลขคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ประจำปี 2018 ขึ้นสู่ 62 ดอลลาร์ จากระดับ 58 ดอลลาร์ และปรับขึ้นตัวเลขคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบสหรัฐประจำปี 2018 ขึ้นสู่ 57.50 ดอลลาร์ จาก 55 ดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากการที่กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันบรรลุข้อตกลงขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตจนถึงปลายปีหน้า โกลด์แมน แซคส์ระบุว่า ถึงแม้ข้อตกลงของโอเปกเปิดช่องให้สมาชิกสามารถทบทวนข้อตกลงในกลางปีหน้า แต่คาดว่าสมาชิกจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการปรับลดกำลังการผลิตในระยะยาว โดยมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะน้ำมันตึงตัวในตลาด ขณะที่อุปสงค์อาจเพิ่มขึ้นมากกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้

 

+ ผลสำรวจของรอยเตอร์ระบุว่า กลุ่มโอเปกปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันลง 300,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนพ.ย. และปรับลดลงสู่จุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.

 

 

ปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบ

 

- นักลงทุนกังวลว่า มาตรการขยายเวลาลดกำลังการผลิตน้ำมันของโอเปกและพันธมิตรนอกกลุ่ม จะเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นโดยเฉพาะสหรัฐผลิตน้ำมันได้ในปริมาณสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก

 

- เบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐที่มีการใช้งาน มีจำนวนเพิ่มขึ้น 2 แท่น สู่ระดับ 749 แท่นในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. และสูงกว่าระดับ 477 แท่นในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว จนก่อให้เกิดความกังวลในเรื่องปริมาณการผลิตในประเทศ แม้กลุ่มโอเปกและกลุ่มผู้ผลิตนอกโอเปกมีมติขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตก็ตาม ทั้งนี้การผลิตน้ำมันของสหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับ 9.5 MBD ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2015 ซึ่งขณะนั้นสหรัฐผลิตน้ำมัน 9.6 MBD