BCP 35.75
BCP
+0.25 (0.70)

ข่าวตลาดน้ำมันโลก

รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันประจำวันที่ 3 - 9 ม.ค. 2561

 10 ม.ค. 61

ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ณ ตลาดน้ำมันนิวยอร์ก และราคาน้ำมันดิบ Brent ณ ตลาดลอนดอน เฉลี่ยรายสัปดาห์ เคลื่อนไหวผันผวนตามปัจจัยทางพื้นฐาน และปัจจัยทางจิตวิทยาดังต่อไปนี้

 

ปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบ

 

+ แรงหนุนจากมาตรการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และจากการคาดการณ์ที่ว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐอาจจะปรับลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 8 ติดต่อกัน

 

+ นักวิเคราะห์ของธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด คาดว่าอุปสงค์น้ำมันจะเติบโตเร็วกว่าอุปทานน้ำมันจากประเทศนอกโอเปกทั้งในปี 2018 และ 2019 ขณะที่ราคาน้ำมันจะมีแนวโน้มไม่ต่ำกว่าระดับ 65 $/BBL

 

+ ความกังวลทางการเมืองในอิหร่านและซาอุดิอาระเบีย โดยปัจจัยบวกนี้ช่วยบดบังการคาดการณ์ที่ว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐอาจเพิ่มสูงขึ้น

 

+ เจ้าชาย 11 คน ของซาอุฯ ถูกจับหลังรวมกลุ่มกันประท้วงในพระราชวังใน Riyadh เนื่องจากถูกตัดสวัสดิการค่าน้ำและค่าไฟฟ้า จากนโยบายปรับลดค่าใช้จ่ายของประเทศ

 

+ บริษัทเบเกอร์ ฮิวจ์สรายงานว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐลดลง 5 แท่น สู่ 742 แท่นในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 5 ม.ค. แต่ยังคงอยู่สูงกว่าจำนวน 529 แท่นของสัปดาห์เดียวกันในปีก่อน

 

+ สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขปริมาณสำรองน้ำมันของสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 29 ธ.ค. โดยระบุว่า ปริมาณสำรองน้ำมันดิบลดลง 7.4 MB สู่ 424.5 MB ปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่เมืองคุชชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบน้ำมันตามสัญญาในตลาด NYMEX ลดลง 2.4 MB สู่ 49.0 MB ปริมาณสำรองน้ำมัน Distillates เพิ่มขึ้น 8.9 MB สู่ 138.8 MB ปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 4.8 MB สู่ 233.2 MB และอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น 1% สู่ระดับ 96.7% โดยอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันในสหรัฐพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 12 ปี สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐดิ่งลงอย่างรุนแรงเกินคาดในสัปดาห์ล่าสุด แต่สต็อกน้ำมันกลั่นและน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้น เนื่องจากกิจกรรมการกลั่นน้ำมันในสหรัฐพุ่งสูงในช่วงสิ้นปี เป็นที่คาดกันว่าภาวะอากาศหนาวเย็นในสหรัฐจะช่วยหนุนอุปสงค์น้ำมันสหรัฐต่อไป

 

+ ความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐยังคงอยู่ระดับสูง อันเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น โดยสำนักงานบริการข้อมูลสภาพอากาศแห่งชาติสหรัฐ (NWS) รายงานว่า พายุฤดูหนาวได้พัดกระหน่ำแถบตะวันออกของสหรัฐ ซึ่งทำให้เกิดหิมะตกหนัก และลมกรรโชกแรงในแถบชายฝั่งมิด-แอตแลนติกไปจนถึงทางใต้ของนิวอิงแลนด์ โดย NWS เรียกพายุดังกล่าวว่าเป็นระเบิดไซโคลน (bomb cyclone) เนื่องจากมีความเร็วลมสูง และความกดอากาศต่ำอย่างที่แทบไม่เคยปรากฎมาก่อน โดยมีความเร็วลมสูงถึง 60 ไมล์/ชั่วโมง และมีความหนาวเย็นระดับขั้วโลกเหนือ

 

 

 

ปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบ

 

 

- ปริมาณการผลิตน้ำมันในสหรัฐที่เพิ่มสูงขึ้น และจากอุปสงค์ที่ลดลงในผลิตภัณฑ์น้ำมัน Distillatesเนื่องจากภาวะอากาศหนาวในสหรัฐส่งผลให้ความต้องการใช้เชื้อเพลิงยานพาหนะลดลง

 

- เทรดเดอร์น้ำมันดิบกังวลกับอุปสงค์เมื่อราคาน้ำมันดิบสหรัฐอยู่ที่ 60 ดอลลาร์ และกังวลว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจจะอยู่เหนือ 65 ดอลลาร์เป็นเวลานานเกินไป