BCP 35.50
BCP
- (-)

ข่าวตลาดน้ำมันโลก

รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันประจำวันที่ 10 - 16 ม.ค. 2561

 17 ม.ค. 61

ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ณ ตลาดน้ำมันนิวยอร์ก และราคาน้ำมันดิบ Brent ณ ตลาดลอนดอน เฉลี่ยรายสัปดาห์ เคลื่อนไหวผันผวนตามปัจจัยทางพื้นฐาน และปัจจัยทางจิตวิทยาดังต่อไปนี้

 

ปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบ

 

+ ราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนในช่วงที่ผ่านมาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่ง และจากมาตรการปรับลดการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และรัสเซีย

 

+ ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบสู่อินเดียพุ่งขึ้นราว 1.8 % สู่สถิติสูงสุดที่ 4.37 MBD ในปี 2017 ในขณะที่อินเดียปรับเพิ่มปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบเพื่อนำมาป้อนโรงกลั่นน้ำมันที่มีกำลังการกลั่นเพิ่มสูงขึ้น

 

+ นายอเล็กซานเดอร์ โนแวค รมว.พลังงานรัสเซียกล่าวว่า ตลาดน้ำมันยังไม่ได้เข้าสูภาวะสมดุล และข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมันควรจะดำเนินต่อไป

 

+ Bank of America Merrill Lynch เพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ Brent ปี 2018 สู่ระดับ 64 ดอลลาร์ จากระดับ 56 ดอลลาร์ ขณะคาดว่าราคาน้ำมันดิบ WTI จะอยู่ที่ระดับ 60 ดอลลาร์ จากระดับ 52 ดอลลาร์ ที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า โดยคาดว่าปริมาณสำรองน้ำมันจะปรับลดลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ โดยตลาดจะเข้าสู่ภาวะขาดแคลนน้ำมันราว 430 KBD จากการที่โอเปกและนอกโอเปกยังคงปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดการผลิต ขณะที่อุปสงค์มีแนวโน้มเติบโตถึงเกือบ 1.5 MBD ในปีนี้

 

 

+ EIA เปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 5 ม.ค. โดยระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบดิ่งลง 4.9 MB สู่ 419.5 MB ถึงแม้โพลล์รอยเตอร์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบอาจปรับลดลงเพียง 3.9 MB ในขณะที่สต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคุชชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบน้ำมันตามสัญญาในตลาด NYMEX ดิ่งลง 2.4 MB สู่ 46.6 MB, สต็อกน้ำมันกลั่นพุ่งขึ้น 4.3 MB สู่ 143.1 MB, สต็อกน้ำมันเบนซินทะยานขึ้น 4.1 MB สู่ 237.3 MB และอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันดิ่งลง 1.4 % สู่ 95.3 %

 

+ EIA รายงานการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐประจำสัปดาห์ปรับลดลง 290 KBD สู่ระดับ 9.5 MB ขณะที่สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐปรับลดลง 4.9 MB ซึ่งเป็นการปรับลดลง 8 สัปดาห์ติดต่อกัน

 

 

 

ปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบ

 

- เบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐที่มีการใช้งาน มีจำนวนเพิ่มขึ้น 10 แท่น ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว สู่ระดับ 752 แท่นในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นจำนวนสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว และสูงกว่าระดับ 522 แท่นในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐมีจำนวนเพิ่มขึ้นในสัปดาห์นี้ จากการที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 3 ปี ซึ่งทำให้มีการขุดจาะน้ำมันมากขึ้น

 

- นายฟาทีห์ บิรอล ประธานสำนักงานพลังงานสากล (IEA) กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่ระดับ 65-70 ดอลลาร์อาจจะกระตุ้นให้บริษัทขุดเจาะหินน้ำมันในสหรัฐผลิตน้ำมันออกมามากยิ่งขึ้น

 

- การหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นที่กำลังจะมาถึงทำให้ความต้องการน้ำมันดิบลดลง

 

- การผลิตน้ำมันในอเมริกาเหนือปรับเพิ่มขึ้น โดย Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันที่อยู่ระหว่างการใช้งานของสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุด 12 ม.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 10 แท่น สู่ระดับ 752 แท่น ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นมากสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2017

 

- JBC Energy คาดการณ์ว่าสหรัฐจะผลิตน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 600,000 BPD ในไตรมาสแรกของปี 2018 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

 

- เทรดเดอร์เทขายทำกำไรสัญญาน้ำมัน อย่างไรก็ดี อุปสงค์ที่แข็งแกร่งยังคงช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ให้อยู่ใกล้ 70 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา นักวิเคราะห์กล่าวว่า ราคาน้ำมันมีแนวโน้มเผชิญกับคำสั่งเทขายทำกำไรในช่วงนี้ เพราะว่ากองทุนเฮดจ์ฟันด์และนักเก็งกำไรได้ปรับเพิ่มสถานะซื้อในน้ำมันดิบสหรัฐขึ้นสู่สถิติสูงสุด