BCP 34.00
BCP
- (-)

ข่าวตลาดน้ำมันโลก

รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันประจำวันที่ 17-23 ม.ค. 2561

 24 ม.ค. 61

ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ณ ตลาดน้ำมันนิวยอร์ก และราคาน้ำมันดิบ Brent ณ ตลาดลอนดอน เฉลี่ยรายสัปดาห์ เคลื่อนไหวผันผวนตามปัจจัยทางพื้นฐาน และปัจจัยทางจิตวิทยาดังต่อไปนี้

 

ปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบ

 

+ สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขปริมาณสำรองน้ำมันดิบของสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 12 ม.ค.ลดลงเกินคาด 6.9 MB สู่ระดับ 412.7 MB ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) ที่ระบุก่อนหน้านี้ว่า ปริมาณสำรองน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 5.1 MB ด้านปริมาณสำรอง Distillates ปรับลดลง 3.9 MB ส่วนปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 3.6 MB และอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันลดลง 2.3% สู่ระดับ 93%

 

+ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับขึ้นตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และปัจจัยนี้อาจจะส่งผลบวกต่ออุปสงค์ในผลิตภัณฑ์น้ำมัน

 

+ ปริมาณการผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลาดิ่งลงสู่ 2 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2017 ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลาอาจจะลดลงไปอีกในปี 2018

 

+ Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันลดลง 5 แท่น สู่ระดับ 747 แท่น ในสัปดาห์ล่าสุด แต่ยังคงสูงกว่าระดับ 551 แท่น ในช่วงเดียวกันของปี2017

 

+ Hedge funds เพิ่ม long position ใน U.S. crude futures and options ที่ New York และ London เพิ่มขึ้น 40,855 สัญญา สู่ระดับ 541,990 สัญญา ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 16 ม.ค. ในขณะที่ net long position ใน Brent ลดลง 3,357 สัญญา สู่ระดับ 570,795 สัญญา ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 16 ม.ค.

 

+ กองกำลังก่อการร้ายในไนจีเรียขู่ในวันพุธที่จะโจมตีแหล่งผลิตน้ำมันนอกชายฝั่งไนจีเรีย หลังจากที่เคยโจมตีในปี 2016 ในแถบปากแม่น้ำไนเจอร์ ซึ่งกระทบการผลิตน้ำมันเกือบ 1 MBD จากระดับ 2.2 MBD ซึ่งเป็นการโจมตีที่รุนแรงสุดในรอบ 30 ปี

 

+ ธนาคารมอร์แกน สแตนเลย์ระบุว่า ขณะนี้ทางธนาคารคาดว่าราคาน้ำมันดิบ Brent อาจจะขึ้นไปแตะ 75 ดอลลาร์ได้ภายในไตรมาส 3/2018 และราคาน้ำมันดิบ WTI อาจจะแตะ 70 ดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ อย่างไรก็ดี มอร์แกน สแตนเลย์คาดว่าราคาน้ำมันจะปรับลดลงในช่วงต่อไปในปีนี้

 

+ นายอเล็กซานเดอร์ โนแวค รมว.พลังงานรัสเซียกล่าวว่า ตลาดน้ำมันยังไม่ได้เข้าสูภาวะสมดุล และข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมันควรจะดำเนินต่อไป ในขณะที่การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในช่วงนี้อาจจะเกิดจากภาวะอากาศหนาวเย็น

 

+ ธนาคารโกลด์แมน แซคส์ของสหรัฐระบุว่า การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง, จากอุปสงค์ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และจากการที่โอเปกปฏิบัติตามข้อตกลงในอัตราสูง โดยคาดว่ามีความเสี่ยงช่วงขาขึ้นมากยิ่งขึ้นต่อการคาดการณ์ของโกลด์แมน แซคส์ที่ว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะอยู่ที่ 62 ดอลลาร์ และราคาน้ำมันดิบสหรัฐจะอยู่ที่ 57.5 ดอลลาร์ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า

 

+ Bank of America Merrill Lynch เพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ Brent ปี 2018 สู่ระดับ 64 ดอลลาร์ จากระดับ 56 ดอลลาร์ ขณะคาดว่าราคาน้ำมันดิบ WTI จะอยู่ที่ระดับ 60 ดอลลาร์ จากระดับ 52 ดอลลาร์ ที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า โดยคาดว่าปริมาณสำรองน้ำมันจะปรับลดลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ โดยตลาดจะเข้าสู่ภาวะขาดแคลนน้ำมันราว 430 KBD จากการที่โอเปกและนอกโอเปกยังคงปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดการผลิต ขณะที่อุปสงค์มีแนวโน้มเติบโตถึงเกือบ 1.5 MBD ในปีนี้

 

 

 

 

 

ปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบ

 

- นักวิเคราะห์บางคนกล่าวเตือนว่า ราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นมากว่า 13% นับตั้งแต่ต้นเดือน อาจปรับลดลง จากการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นที่กำลังจะมาถึงทำให้ความต้องการน้ำมันดิบลดลง ขณะที่การผลิตน้ำมันในอเมริกาเหนือปรับเพิ่มขึ้น

 

- JBC Energy คาดการณ์ว่าสหรัฐจะผลิตน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 600,000 BPD ในไตรมาสแรกของปี 2018 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

 

- สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) คาดการณ์ว่า การผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐจะพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2018 ก่อนจะปรับตัวขึ้นอีกในปี 2019 ทั้งนี้ EIA ได้เปิดเผยรายงาน "Short-Term Energy Outlook"  โดยคาดว่า การผลิตน้ำมันโดยเฉลี่ยของสหรัฐในปี 2018 จะอยู่ที่ 10.27 MBD และ 10.85 MBD ในปี 2562 ซึ่งต่างก็สูงกว่าสถิติครั้งก่อนซึ่งเคยทำไว้เมื่อปี 1970 ที่ระดับ 9.6 MBD การผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (shale oil) ในอเมริกาเหนือ

 

- นักวิเคราะห์กล่าวว่า ราคาน้ำมันมีแนวโน้มเผชิญกับคำสั่งเทขายทำกำไรในช่วงนี้ เพราะว่ากองทุนเฮดจ์ฟันด์และนักเก็งกำไรได้ปรับเพิ่มสถานะซื้อในน้ำมันดิบสหรัฐขึ้นสู่สถิติสูงสุด

 

- IEA คาดอุปสงค์จะขยายตัวลดลงเหลือ 1.3 MBD จาก 1.6 MBD ในปีที่แล้วจากผลกระทบราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ขณะการผลิตน้ำมันนอกโอเปกพุ่งขึ้นเป็น 1.7 MBD จากที่เพิ่มขึ้น 0.7 MBD ในปีที่แล้ว IEA เตือนว่า การผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของสหรัฐรวมถึงการผลิตที่เพิ่มขึ้นในแคนาดาและบราซิลอาจส่งผลกระทบต่อความสมดุลของตลาด โดยการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น 300,000 BPD สู่ระดับ 9.75 MBD ในสัปดาห์ล่าสุด

 

- รายงานของ EIA ระบุว่า การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐในสัปดาห์ที่แล้วเพิ่มขึ้น 258,000 BPD แตะระดับ 9.75 MBD ซึ่งใกล้เคียงกับระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 9.789 MBD

 

- กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ได้ออกรายงานประจำเดือนม.ค.ระบุว่า ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกได้เพิ่มขึ้นในเดือนธ.ค. และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีกในปีนี้ อันเนื่องจากการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มประเทศนอกโอเปก รายงานดังกล่าวคาดการณ์ว่า กลุ่มประเทศนอกโอเปกจะผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น 1.15 MBD ในปีนี้ สู่ระดับ 58.94 MBD โดยประเทศในกลุ่มนอกโอเปกที่ผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น ได้แก่ สหรัฐ แคนาดา เม็กซิโก สหราชอาณาจักร เดนมาร์ก อินโดนีเซีย บราซิล และลาตินอเมริกา นอกจากนี้ รายงานของโอเปกยังระบุว่า ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มขึ้น 0.40 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนธ.ค. สู่ระดับ 97.49 MBD