BCP 32.50
BCP
+0.50 (1.56)

ข่าวตลาดน้ำมันโลก

รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันประจำวันที่ 14-20 ก.พ. 2561

 21 ก.พ. 61

ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ณ ตลาดน้ำมันนิวยอร์ก และราคาน้ำมันดิบ Brent ณ ตลาดลอนดอน เฉลี่ยรายสัปดาห์ เคลื่อนไหวผันผวนตามปัจจัยทางพื้นฐาน และปัจจัยทางจิตวิทยาดังต่อไปนี้

 

ปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบ

 

+ ถ้อยแถลงของนายคาลิด อัล-ฟาลีห์ รมว.พลังงานซาอุดิอาระเบียที่ว่า การปล่อยให้ตลาดน้ำมันประสบภาวะขาดแคลนอุปทานเล็กน้อยจะส่งผลดีต่อกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) มากกว่าการยุติข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมันในเวลาที่เร็วเกินไป

 

+ นายซูฮาอิล อัล-มาซรูอี รมว.พลังงานสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กล่าวว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และผู้ผลิตนอกโอเปกจะหารือกันเรื่องการขยายความร่วมมือต่อไปอีกหลายปี เมื่อประเทศกลุ่มนี้ประชุมกันในเดือนมิ.ย. เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างผลกระทบรุนแรงต่อตลาด โดย UAE ดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มโอเปกในปีนี้

 

+ บริษัทเจนสเกปรายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคุชชิงดิ่งลง 2.1 ล้านบาร์เรลในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 16 ก.พ. โดยดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดในรอบราว 3 ปี โดยสต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคุชชิงได้รับแรงกดดันจากปริมาณการจัดส่งน้ำมันที่ลดลงทางท่อส่งคีย์สโตนของบริษัททรานส์แคนาดา และได้รับแรงกดดันจากท่อส่งน้ำมันใหม่ที่เชื่อมระหว่างเมืองคุชชิงกับเมืองเมมฟิสด้วย

 

+ Ayed Al Qahtani, OPEC’s head of research เผยว่าขณะนี้สต็อกน้ำมันส่วนเกิน OECD อยู่เหนือระดับค่าเฉลี่ย 5 ปี ราว 74 MB เมื่อเทียบกับในเดือนม.ค. 2017 ที่อยู่เหนือค่าเฉลี่ย 340 MB ในขณะที่ Goldman Sachs คาดว่าสต็อกน้ำมัน OECD จะกลับเข้าสู่สภาวะสมดุลในช่วง Q2-Q3 ของปี 2018

 

+ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลกล่าวในวันอาทิตย์ว่า อิสราเอลอาจจะดำเนินการกับอิหร่าน แทนที่จะดำเนินการเพียงแต่กับพันธมิตรของอิหร่านเท่านั้น หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่พรมแดนในซีเรีย ซึ่งส่งผลให้อิสราเอลกับอิหร่านใกล้ที่จะเผชิญหน้ากันโดยตรง นายเนทันยาฮูกล่าวต่อที่ประชุมความมั่นคงที่มิวนิคว่า เครื่องบินโดรนของอิหร่านบินเข้าสู่น่านฟ้าของอิสราเอลในเดือนนี้ และเขากล่าวเสริมว่า "อิสราเอลจะไม่ปล่อยให้อิหร่านเอาบ่วงของการก่อการร้ายมาสวมรอบคอของเรา อิสราเอลจะดำเนินการถ้าหากมีความจำเป็นต่ออิหร่าน และไม่ใช่เพียงแต่กับตัวแทนของอิหร่านเท่านั้น"

 

+ ปธน. ทรัมป์ สหรัฐ ลงนามค่าใช้จ่ายของรัฐ โดยมีเรื่องการเพิ่ม tax credit ของ Carbon dioxide ที่ถูกฉีดคืนเข้าสู่ใต้ดิน จาก 10 $/ton เป็น 35 $/ton เป็นระยะเวลา 12 ปี ซึ่งประเด็นนี้คาดว่าจะช่วยผลักดันเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐให้ดีขึ้น ส่งผลให้การผลิตน้ำมันดิบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นด้วย

 

+ สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 9 ก.พ. โดยระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบปรับขึ้น 1.8 MB สู่ 422.1 MB ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำเกินคาด, จากที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.8 MB สต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคุชชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบน้ำมันตามสัญญาในตลาด NYMEX ลดลง 3.6 MB สู่ 32.7 MB, สต็อกน้ำมัน Distillates ร่วงลง 459,000 BBL สู่ 141.4 MB, สต็อกน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้น 3.6 MB สู่ 249.1 MB และอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันดิ่งลง 2.7 % สู่ 89.8 % อย่างไรก็ตาม EIA ระบุว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันในสหรัฐพุ่งขึ้นสู่ 10.27 MBD ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งถ้าหากตัวเลขนี้ได้รับการยืนยันจากรายงานรายเดือนในเวลาต่อมา ตัวเลขนี้ก็จะถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของสหรัฐ

 

 

ปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบ

 

- คณะกรรมการการค้าสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC) ของสหรัฐรายงานว่า นักเก็งกำไรปรับลดสถานะซื้อสุทธิในสัญญาล่วงหน้าและออปชั่นน้ำมันดิบสหรัฐลงในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 13 ก.พ. โดยปรับลดลงในระดับที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปลายเดือนส.ค.เป็นต้นมา

 

- บริษัทเบเกอร์ ฮิวจ์สรายงานว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐพุ่งขึ้น 7 แท่น สู่ 798 แท่นในสัปดาห์ล่าสุด โดยระดับ 798 แท่นนี้ถือเป็นจุดสูงสุดในรอบ 3 ปี และปัจจัยนี้อาจจะสกัดกั้นการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน

 

- สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่า สหรัฐมีแนวโน้มครองอันดับประเทศที่ผลิตน้ำมันมากที่สุดในโลกในปีนี้ โดยแซงหน้ารัสเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันมากที่สุดในโลกในขณะนี้ ขณะที่สหรัฐสามารถผลิตน้ำมันมากกว่าซาอุดิอาระเบียแล้ว