BCP 34.00
BCP
- (-)

ข่าวตลาดน้ำมันโลก

รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันประจำวันที่ 3-9 พ.ค. 2561

 9 พ.ค. 61

~~ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ณ ตลาดน้ำมันนิวยอร์ก และราคาน้ำมันดิบ Brent ณ ตลาดลอนดอน เฉลี่ยรายสัปดาห์ เคลื่อนไหวผันผวนตามปัจจัยทางพื้นฐาน และปัจจัยทางจิตวิทยาดังต่อไปนี้
 
ปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบ

+ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศนำสหรัฐถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาตามเวลาสหรัฐ และระบุว่าจะดำเนินการคว่ำบาตรต่ออิหร่านในระดับสูงสุด ซึ่งจะปูทางให้สหรัฐทำการคว่ำบาตรอิหร่านครั้งใหม่หลังจากนี้ 180 วัน นอกจากว่าสหรัฐจะมีการบรรลุข้อตกลงใหม่ภายในช่วงเวลาดังกล่าว นักลงทุนในตลาดมองว่า หากอิหร่านถูกคว่ำบาตรรอบใหม่ในครั้งนี้ จะส่งผลให้อุปทานน้ำมันในตะวันออกกลางได้รับผลกระทบ เนื่องจากขณะนี้ อิหร่านนับเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก โดยเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) โดยอิหร่านส่งออกน้ำมันมากกว่า 2.6 MBD หลังจากที่มีการลงนามในข้อตกลงในปี 2015 กับกลุ่มประเทศ P5+1 ซึ่งได้แก่ จีน รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐ และเยอรมนี ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวกำหนดให้ P5+1 ผ่อนปรนการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน เพื่อแลกกับการที่อิหร่านระงับการพัฒนาโครงการอาวุธนิวเคลียร์ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า สหรัฐจะประกาศคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของอิหร่านจำนวน 200,000-1,000,000 BPD โดยตลาดจะเริ่มได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรดังกล่าวตั้งแต่ปีหน้า

+ สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 2.2 MBD ในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่สต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 2.2 MBD

+ ข่าวเรื่องปัญหาของ PDVSA ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันของรัฐบาลเวเนซุเอลา บริษัทโคโนโคฟิลลิปส์ของสหรัฐได้ดำเนินการเพื่อเข้ายึดสินทรัพย์ในทะเลแคริบเบียนของ PDVSA เพื่อทำตามคำตัดสินของคณะอนุญาโตตุลาการ หลังจากรัฐบาลเวเนซุเอลาเคยโอนโครงการน้ำมันเข้าเป็นของรัฐเมื่อสิบปีก่อน ถ้าหากโคโนโคฟิลลิปส์ประสบความสำเร็จ รายได้ของ PDVSA ก็จะลดลง และจะส่งผลให้ PDVSA ประสบปัญหามากยิ่งขึ้นในการชำระเงินและผลิตน้ำมัน โดยมาตรการของโคโนโคฟิลลิปส์จะส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันราว 400,000 บาร์เรลต่อวันจาก 3 จุดในทะเลแคริบเบียน

+ นักวิเคราะห์ของธนาคาร ANZ กล่าวว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจจะพุ่งขึ้นแตะ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก่อนสิ้นปีนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงทางการเมือง และจากอุปทานน้ำมันที่ตึงตัวยิ่งขึ้นในตลาดโลก

+ แหล่งน้ำมันในทะเลเหนือที่เชื่อมต่อกับท่อส่งน้ำมันดิบเบรนท์ระงับการผลิต เนื่องจากมีการปิดสถานีน้ำมันซุลลอม โวในอังกฤษ หลังพบข้อผิดพลาดเล็กน้อยขณะทำการตรวจเช็คประจำเดือน คาดว่าจะกลับมาเปิดดำเนินการได้ตามปกติในวันอาทิตย์นี้

+ ผลสำรวจของรอยเตอร์ระบุว่า กลุ่มโอเปกผลิตน้ำมันราว 32 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนเม.ย. ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ 32.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยเป็นผลจากปริมาณการผลิตน้ำมันที่ดิ่งลงในเวเนซุเอลา

 


ปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบ

- บริษัทเบเกอร์ ฮิวจ์สรายงานว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐเพิ่มขึ้น 9 แท่น สู่ 834 แท่นในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 4 พ.ค. โดยระดับ 834 แท่นนี้ถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2015