BCP 33.00
BCP
- (-)

ข่าวตลาดน้ำมันโลก

รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันประจำวันที่ 10-16 พ.ค. 2561

 16 พ.ค. 61

~~ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ณ ตลาดน้ำมันนิวยอร์ก และราคาน้ำมันดิบ Brent ณ ตลาดลอนดอน เฉลี่ยรายสัปดาห์ เคลื่อนไหวผันผวนตามปัจจัยทางพื้นฐาน และปัจจัยทางจิตวิทยาดังต่อไปนี้
 
ปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบ

+ EIA เผยตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 1.4 MB ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 11 พ.ค. เมื่อเทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงเพียง 763,000 BBL รวมถึงสต็อกน้ำมันเบนซินลดลงมากถึง 3.79 MB ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 1.42 MB ทำให้ราคาน้ำมันเบนซินในตลาดล่วงหน้า พุ่งขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2014 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอุปสงค์น้ำมันที่ดีขึ้นในสหรัฐ

+ อัตราการผลิตน้ำมันดิบของเวเนซูเอร่าล่วงลงสู่ระดับ 1.5 MBD ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่าสิบปี เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของประเทศ รวมถึงการถูกสหรัฐ Sanction ด้านการเงิน

+ แรงหนุนจากปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองนักลงทุนกังวลว่าอิหร่านอาจจะลดการส่งออกน้ำมันลง ถ้าหากสหรัฐดำเนินมาตรการคว่ำบาตร สหรัฐมีแนวโน้มที่จะดำเนินมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านในอีก 180 วันข้างหน้า นอกจากว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงกันได้ อิหร่านผลิตน้ำมันดิบราว 4 % ของอุปทานน้ำมันทั่วโลก โดยอิหร่านส่งออกน้ำมันราว 450,000 บาร์เรลต่อวันสู่ยุโรป และราว 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันสู่เอเชีย โดยนักวิเคราะห์คาดว่ามาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐมีแนวโน้มที่จะส่งผลให้อิหร่านลดการส่งออกน้ำมันสู่ยุโรป

+ นักวิเคราะห์ Societe Generale คาดว่ามาตรการ Sanction ของสหรัฐ จะทำให้อิหร่านส่งออกน้ำมันดิบลดลง 400,000-500,000 บาร์เรลต่อวัน

+ โฆษกของรัฐบาลอิหร่านกล่าวว่า อิหร่านจะเริ่มต้นเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม ถ้าหากอิหร่านไม่สามารถหาหนทางในการรักษาข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ทำไว้กับสหภาพยุโรป (อียู) ในปี 2015 หลังจากสหรัฐถอนตัวออกจากข้อตกลงนี้ในสัปดาห์ที่แล้ว

+ จีนยังใช้กำลังการกลั่นในระดับสูงเดือนเม.ย. โดยกลั่นเพิ่มขึ้น 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สู่ระดับ 12.1 MBD ซึ่งเป็นระดับที่สูงเป็นอันดับ 2 ที่เคยทำไว้

+ กลุ่มโอเปกรายงานว่า สต็อกน้ำมันในคลังของประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) เดือนมี.ค. อยู่ที่ระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีเพียง 9 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือว่าดิ่งลงเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับระดับ 340 ล้านบาร์เรลเหนือค่าเฉลี่ยที่เคยทำไว้ในเดือนม.ค. 2017

+ ธนาคารแบงก์ ออฟ อเมริการะบุว่า ราคาน้ำมันดิบอาจจะพุ่งขึ้นสู่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปีหน้า เนื่องจากปริมาณการผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลาลดลงต่อไป และเนื่องจากอิหร่านอาจจะลดการส่งออกน้ำมันดิบ โดยแบงก์ ออฟ อเมริกาปรับขึ้นตัวเลขคาดการณ์ค่าเฉลี่ยราคาน้ำมันดิบเบรนท์สู่ 70 ดอลลาร์สำหรับปีนี้ และ 75 ดอลลาร์สำหรับปี 2019 ราคาน้ำมันดิบอาจจะปิดตลาดไตรมาสนี้ด้วยการปรับขึ้นเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน ซึ่งจะถือว่ายาวนานที่สุดในรอบกว่า 10 ปี


ปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบ

- EIA คาดการณ์ว่าการผลิน้ำมันดิบของสหรัฐจะพุ่งสู่ระดุบ 12 MBD ภายในปลายปีหน้า เทียบกับเฉลี่ย 10.72 MBD ในปีนี้ หรือเติบโต 1.37 MBD ในปีหน้า

- บริษัทเบเกอร์ ฮิวจ์สรายงานว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐเพิ่มขึ้น 10 แท่น สู่ 844 แท่นในสัปดาห์ล่าสุด ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2015 และถือเป็นการปรับขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 6 ติดต่อกัน

- IEA ปรับการคาดการณ์ว่าอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกน่าจะชะลอตัวในระดับปานกลาง เนื่องจากราคาน้ำมันดิบใกล้จะถึง 80 $/BBL ซึ่งทำให้ประเทศผู้นำเข้าที่สำคัญเริ่มลดการช่วยเหลือด้านราคาขายแก่ผู้บริโภค ทั้งนี้ IEA ปรับลดการคาดการณ์การเติบโตของอุปสงค์ในปี 2018 เหลือ 1.4 MBD จากที่เคยคาดการณ์ที่ระดับ 1.5 MBD