BCP 35.75
BCP
-0.25 (-0.69)

ข่าวตลาดน้ำมันโลก

รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันประจำวันที่ 9–15 ส.ค. 2561

 15 ส.ค. 61

~~ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ณ ตลาดน้ำมันนิวยอร์ก และราคาน้ำมันดิบ Brent ณ ตลาดลอนดอน เฉลี่ยรายสัปดาห์ เคลื่อนไหวผันผวนตามปัจจัยทางพื้นฐาน และปัจจัยทางจิตวิทยาดังต่อไปนี้
 
ปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบ
    + ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบในจีนฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยในเดือนก.ค. หลังจากร่วงลงสองเดือนติดต่อกัน อย่างไรก็ดี ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบยังคงอยู่ในระดับต่ำ ในขณะที่โรงกลั่นน้ำมันอิสระขนาดเล็กลดความต้องการใช้น้ำมันดิบ ทั้งนี้ จีนถือว่าเป็นประเทศที่นำเข้าน้ำมันดิบมากที่สุดในโลก โดยยอดนำเข้าน้ำมันดิบในจีนอยู่ที่ 8.48 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนก.ค. โดยปรับขึ้นจาก 8.18 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนก.ค. 2017 และปรับขึ้นจาก 8.36 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมิ.ย.ปีนี้ ซึ่งยอดนำเข้าน้ำมันดิบในเดือนก.ค.ยังคงถือเป็นตัวเลขระดับที่ต่ำที่สุดของปีนี้

 

ปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบ 
    - จีนประกาศเก็บภาษีนำเข้า 25 % จากสินค้าสหรัฐมูลค่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงเชื้อเพลิง, ผลิตภัณฑ์เหล็กกล้า, รถยนต์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งนักลงทุนกังวลว่าเศรษฐกิจจีนกับสหรัฐอาจจะชะลอตัวลง ซึ่งจะส่งผลลบต่ออุปสงค์ในสินค้าโภคภัณฑ์
    - สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันของสหรัฐประจำสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 3 ส.ค. โดยระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลงน้อยกว่าคาด 1.4 ล้านบาร์เรล สู่ 407.4 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคุชชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบน้ำมันตามสัญญาในตลาด NYMEX ลดลง 590,000 บาร์เรล สู่ 21.8 ล้านบาร์เรล สต็อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้นเกินคาด 1.2 ล้านบาร์เรล สู่ 125.4 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นเกินคาด 2.9 ล้านบาร์เรล สู่ 233.9 ล้านบาร์เรล และอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้นเกินคาด 0.5% สู่ระดับ 96.6% ก่อนหน้านี้โพลล์รอยเตอร์เคยคาดไว้ว่า สต็อกน้ำมันดิบอาจลดลง 3.3 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินอาจลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล
    - บริษัทเบเกอร์ ฮิวส์ รายงาน แท่นขุดเจาะน้ำมันสหรัฐที่มีการใช้งาน เพิ่มขึ้น 10 แท่น ในสัปดาห์ล่าสุด สู่ระดับ 869 แท่น นับเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดตั้งแต่เดือนพ.ค. เป็นต้นมา
    - กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ระบุในรายงานรายเดือนว่า ตลาดโลกต้องการใช้น้ำมันดิบจาก 15 ประเทศสมาชิกโอเปกราว 32.05 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2019 โดยปรับลดลง 130,000 บาร์เรลต่อวันจากรายงานในเดือนที่แล้ว นอกจากนี้ กลุ่มโอเปก ยังคาดการณ์ว่า กลุ่มประเทศนอกโอเปกอาจจะปรับเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันราว 2.13 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีหน้า โดยปรับขึ้น 30,000 บาร์เรลต่อวันจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนก่อน โดยเป็นผลจากการผลิตน้ำมันจากชั้นหินในสหรัฐ
    - วิกฤติการเงินในตุรกีทำให้เกิดความเสี่ยงที่ปัญหาอาจลุกลามออกไปในประเทศตลาดเกิดใหม่ และปัจจัยนี้ส่งผลลบต่อสกุลเงินแรนด์ของแอฟริกาใต้, เปโซอาร์เจนตินา, เปโซเม็กซิโก และรูเบิลของรัสเซีย รวมทั้งส่งผลลบต่อตลาดหุ้นของประเทศตลาดเกิดใหม่ด้วย
    - บริษัทนำเข้าน้ำมันในจีนหลีกเลี่ยงจากการซื้อน้ำมันดิบสหรัฐในช่วงนี้ เพราะบริษัทจีนกังวลว่า การที่รัฐบาลจีนตัดสินใจไม่เก็บภาษีนำเข้าน้ำมันดิบสหรัฐในช่วงนี้ อาจจะเป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราวเท่านั้น โดยไม่มีเรือขนส่งน้ำมันลำใดที่ขนส่งน้ำมันดิบจากสหรัฐมาจีนเลยนับตั้งแต่ต้นเดือนส.ค. หลังจากที่เคยมีการขนส่งน้ำมันดิบจากสหรัฐมาจีนในปริมาณราว 300,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนมิ.ย.และก.ค.