จากการวัฒนธรรม “การพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนไปกับสิ่งแวดล้อมและสังคม” มาเป็นกรอบในการขับเคลื่อน ธุรกิจ ทำให้เกิดนวัตกรรมทางธุรกิจที่สร้างประโยชน์ สร้างความสามารถในการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มต่อองค์กร สิ่งแวดล้อม และสังคมไปพร้อมๆกัน (Competitiveness With Innovation Business) ดังนี้
นวัตกรรมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
- การพัฒนาและส่งเสริมการจำหน่ายพลังงานทดแทน น้ำมันแก๊สโซฮอล์ และไบโอดีเซล ในเชิงพาณิชย์ เพื่อประเทศไทยสามารถพึ่งพาตนเองด้านพลังงานได้มากขึ้นตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
- โครงการปั๊มชุมชนเพื่อเศรษฐกิจชุมชน
- โครงการรับซื้อน้ำมันพืชใช้แล้วเพื่อผลิตเป็นไบโอดีเซล
- โครงการจัดประกวดบอร์ดนิทรรศการและพิธีกรผู้แนะนำบอร์ด “พี่ไบโอ-น้องแก๊สซี่” เพื่อส่งเสริมการพัฒนาสื่อการสอนและขยายความรู้เกี่ยวกับพลังงานทดแทนน้ำมันแก๊สโซฮอล์ และไบโอดีเซล ไปสู่เยาวชนไทยทั่วประเทศ
นวัตกรรมการพัฒนาระบบงาน CSR
- การสร้างวัฒนธรรม CSR ให้กับพนักงานในองค์กร
- บัญชีการจัดการสิ่งแวดล้อม
- การสร้าง CSR Network
|
โครงสร้างการจัดการด้าน CG |
หลังจากการปรับโครงสร้างการเงินและธุรกิจ บริษัทฯ ได้มีการขยายงานและได้รับพนักงานใหม่เข้ามาร่วมทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อถ่ายทอดและหล่อหลอมให้พนักงานทุกรุ่น ยึดถือในวัฒนธรรม “การพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนไปกับสิ่งแวดล้อมและสังคม” สร้างสมดุลย์ระหว่าง”มูลค่า” และ “คุณค่า” ให้กิจการ บริษัทฯ จึงได้พัฒนากระบวนการการทำงานตามวัฒนธรรมธุรกิจโดยเปิดโอกาสให้พนักงานได้ทำงาน ไปพร้อมกับการเรียนรู้ที่จะทำประโยชน์ต่อตนเอง ต่อเพื่อนร่วมงาน ต่อชุมชน และสังคม ผ่านการเป็นอาสาสมัครช่วยทำกิจกรรมต่างๆที่
บริษัทจัดขึ้นโดยมีผู้บริหารทุกระดับเป็นแบบอย่างและทำร่วมกัน
เริ่มที่วัฒนธรรมพนักงาน : เป็นคนดี มีความรู้ เป็นประโยชน์
ในการดำเนินการบริษัทฯ ได้กำหนดให้มีวัฒนธรรมการทำงานของพนักงานบางจากว่าจะต้อง “เป็นคนดี มีความรู้ เป็นประโยชน์” วัฒนธรรมนี้ถูกนำมาใช้ตั้งแต่การสรรหาพนักงานที่จะมาร่วมงานกับบริษัทฯ “เป็นคนดี” คือเป็นคนซื่อสัตย์ ไม่คดโกงทุจริต “มีความรู้” หมายถึงความรู้ความสามารถที่จะใช้ในการพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพ “เป็นประโยชน์” คือ การนำความรู้ ความสามารถของตนไปใช้เพื่อทำประโยชน์ต่อผู้อื่น
เมื่อมาทำงานจึงไม่เพียงทำงานประจำที่ได้รับมอบหมาย บริษัทฯ ยังได้เปิดเวทีสร้างกิจกรรมต่างๆ ให้พนักงานเลือกเข้าร่วมตามความสนใจ ซึ่งกิจกรรมแรกที่จะได้มีส่วนร่วมเมื่อเข้าเป็นพนักงานบางจาก คือ โครงการอาหารกลางวัน บริษัทฯ จะเชิญชวนให้พนักงานตามความสมัครใจ และให้กำหนดจำนวนเงินที่ต้องการบริจาคเอง โดยบริษัทฯ จะอำนวยความสะดวกโดยหักจากเงินเดือนเป็นประจำ เพื่อรวบรวมและมอบให้กับโรงเรียนรอบโรงกลั่น
“อาสาสมัครบางจาก” เพื่อสังคม
รูปแบบหรือเครื่องมือหนึ่งที่นำมาใช้เพื่อสร้างความเข้าใจ คือ การสนับสนุนให้พนักงานร่วมทำกิจกรรมโดยเป็นอาสาสมัครในการทำกิจกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากการทำงานประจำที่ได้รับมอบหมายตามตำแหน่งหน้าที่
เหตุผลที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญและสนับสนุนการเป็นอาสาสมัคร เพราะจะทำให้พนักงานได้เรียนรู้การเสียสละทำเพื่อส่วนร่วม สร้างความเข้าใจในการร่วมกันทำเพื่อส่วนร่วม “จิตสาธารณะ” และในการทำงานอาสาสมัครยังเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำให้พนักงาน 700 กว่าคนจากส่วนงานต่างๆ ได้มารู้จัก ได้มาเรียนรู้การทำงานเป็นทีม ได้แลกเปลี่ยนความคิดความสามารถ สร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ และที่สำคัญได้ภูมิใจในความสำเร็จร่วมกัน กิจกรรมการทำงาน “อาสาสมัคร” ของบางจาก แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ
- อาสาสมัครเพื่อพัฒนาองค์กร กิจกรรมที่พนักงานสามารถเข้าร่วมได้ในปัจจุบัน ได้แก่ อาสาสมัครประหยัดพลังงาน ดีเจเสียงตามสายช่วยสื่อข่าวสารขององค์กรและเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ไปยังเพื่อนพนักงานด้วยกัน การจัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ “การกำกับดูแลกิจการที่ดี”
- อาสาสมัครเพื่อทำประโยชน์ให้กับชุมชนเพื่อนบ้าน ในการอยู่ร่วมกับชุมชน ในฐานะที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ และเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน บริษัทฯ ได้เข้าไปร่วมส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ ของชุมชนรอบโรงกลั่นในฐานะเพื่อนบ้านที่เกื้อกูลซึ่งกันและกัน โดยพนักงานอาสาสมัครซึ่งเสียสละเวลาที่ว่างจากการทำงาน ได้เข้าร่วมจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อเยาวชน และครอบครัว และสาธารณประโยชน์ อาทิ โครงการอาหารกลางวัน อาสาช่วยสอน สนุกวิทยาศาสตร์กับน้ำมันบางจาก โครงการดูนก การจัดฟุตซอลชิงทุนการศึกษา ร่วมไปถึงการจัดกิจกรรมวันเด็กซึ่งกระทำมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่าหนึ่งทศวรรษ
- อาสาสมัครเพื่อทำประโยชน์กับสังคม ที่สำคัญได้แก่ โครงการดูนกบางจาก ซึ่งเป็นโครงการที่พนักงานบางจากได้มารวมตัวกันฝึกฝนเป็นผู้นำดูนก จนมีความรู้ความสามารถ พัฒนาเป็นกิจกรรม “ดูนกบางจาก” ที่จัดขึ้นเพื่อปลูกฝังให้เยาวชนรัก หวงแหนในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน เพื่อสร้างความรัก ความผูกพัน ระหว่างสมาชิกในครอบครัว
นอกจากนี้ ในแต่ละปี ผู้นำดูนกบางจาก ยังได้ไปเป็นอาสาสมัครทำกิจกรรมอนุรักษ์นกให้กับ สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย ในเทศกาลสำรวจนกตามแหล่งต่างๆ เช่น ดอยอินทนนท์ นับนกน้ำในช่วงฤดูหนาวของเอเชีย (Asia Midwinter Waterbird Census ) รวมทั้งนำดูนกให้กับหน่วยงาน ชมรม ต่างๆที่ติดต่อมา
กิจกรรมอื่นๆ ได้แก่ การทำสาธารณะประโยชน์ ล่าสุด ในกรณีเกิดธรณีพิบัติ คลื่นยักษ์ สึนามิ ซัดเข้าสู่ชายฝั่งทะเลอันดามัน พนักงานบริษัทฯได้ไปร่วมเป็นอาสาสมัครบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมก่อสร้างซ่อมแซมโรงเรียนด้วย
|
สนับสนุน CSR Network |
เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและสังคมโดยรวม บางจาก เห็นถึงความสำคัญในการที่องค์กรธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐ ชุมชนท้องถิ่น ประชาสังคม องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร รวมทั้งองค์กรเพื่อการพัฒนา และสถาบันการศึกษา ที่ต้องการทำดีเพื่อสังคม จะต้องผนึกกำลังเป็นกลไกทำงานร่วมกันในการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยการแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ และร่วมกันทำกิจกรรม รวมไปถึงการเชื่อมโยงนำกิจกรรมที่ดีเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมายมาช่วยกันทำซึ่งจะทำให้เกิดผลดีในวงกว้าง มากกว่าการดำเนินการเองเพียงองค์กรเดียว
การเป็นสมาชิกและคณะกรรมการ ได้แก่
- คณะกรรมการนักธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย (Thailand Business Council For Sustainable Development – TBCSD) ซึ่งเป็นเครือข่ายของ World Business Council for Sustainable Development – WBCSD) และมีบริษัทชั้นนำในประเทศไทยเป็นสมาชิก ในการร่วมมือ บริษัทฯ เป็นสมาชิกก่อตั้ง และได้เข้าร่วมทำกิจกรรม CSR Sharing แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การเรื่องการจัดการองค์ความรู้ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม
- สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมทำกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมกับบางจาก มาอย่างต่อเนื่อง
- สมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหรรมน้ำมัน (The Oil Industry Environment Safety Group Association : IESG) โดยเป็นสมาชิกหลักของสมาคม ซึ่งเป็นองค์กรที่มีบทบาทในการช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาการรั่วไหลของน้ำมันในน้ำ
- คณะกรรมการกิจกรรมเพื่อสังคม หอการค้าไทย
- กลต.: คณะทำงานส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของบริษัทจดทะเบียน
ประธาน
- สมาคมบริษัทจดทะเบียน : คณะทำงานด้านCG และ CSR
- ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย :สถาบันธุรกิจเพื่อสังคม
ตัวอย่างการแลกเปลี่ยนและทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกัน ได้แก่
- การสนับสนุนโครงการแว่นแก้ว ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต โดยการเชิญให้มาทำแว่นให้กับ
ชาวบ้าน เด็ก และผู้สูงอายุ ร่วมกับพนักงานบางจาก ซึ่งช่วยทำให้ชาวบ้านมีคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้น มีความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต
- การทำโครงการรับซื้อน้ำมันพืชใช้แล้วเพื่อนำไปผลิตเป็นไบโอดีเซล ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ที่มีความต้องการจะช่วยกันรณรงค์ลดปัญหาด้านสุขภาพที่เกิดจากการรับประทานอาหารที่ใช้น้ำมันทอดซ้ำ และลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากการทิ้งน้ำมันพืชใช้แล้วลงสู่ที่สาธารณะ
- หน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กรมโยธาและผังเมือง กรมพัฒนาทางชนบท กองทัพภาคที่ 2 โรงพยาบาลค่ายสุรนารี โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย
- ภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติติ์ และบริษัทในเครือ NCC กรุ๊ป และพันธมิตร ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์ สภาอุตสาหกรรม โรงงานยาสูบ และร้านแบล็ค แคนยอน ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าZEN และร้านอาหารในห้างทั้ง 2
- มูลนิธิใบไม้เขียว โดยเผยแพร่การร่วมกิจกรรมให้กับโรงแรมชั้นนำในกรุงเทพมหานคร
- ภาคประชาชน โดยทำโครงการรับซื้อน้ำมันพืชใช้แล้วสัญจรไปรับซื้อจากพ่อค้าแม่ค้า ประชาชนในตลาดต่างๆ 161 ตลาดทั่วกรุงเทพมหานคร
- สถานศึกษา ได้แก่ โรงเรียนในสังกัด กทม. โรงเรียนสตรีวิทยา 2 โรงเรียนสายน้ำผึ้ง โรงเรียนวัดธรรมมงคล และฯลฯ
|
โครงการจัดประกวดบอร์ดนิทรรศการและพิธีกรผู้แนะนำบอร์ด “พี่ไบโอ-น้องแก๊สซี่” |
เพื่อส่งเสริมการพัฒนาสื่อการสอนและขยายความรู้เกี่ยวกับพลังงานทดแทน น้ำมันแก๊สโซฮอล์ และไบโอดีเซล ไปสู่เยาวชนไทยทั่วประเทศ
ปัจจุบัน ความจำเป็นที่จะต้องใช้พลังงานทดแทนมีมากเพิ่มขึ้น ตามภาวะวิกฤตราคาน้ำมันแพง ดังนั้น ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวน้ำมันแก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซล จึงไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของผู้ใหญ่ที่ใช้รถยนต์เท่านั้น หากแต่ยังเกี่ยวข้องไปถึงเยาวชนไทย เพราะพลังงานทดแทน
เหล่านี้จะกลายเป็นพลังงานเชื้อเพลิงหลัก สำหรับคนรุ่นต่อไป
เพื่อให้เยาวชนได้รู้จักกับพลังงานทดแทน โดยเฉพาะแก๊สโซฮอล์ และไบโอดีเซล ซึ่งเป็น โครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างกว้างขวาง บริษัทฯ จึงได้มีโครงการประกวดการจัดบอร์ดนิทรรศการความรู้พลังงานทดแทนแก๊สโซฮอล์ และไบโอดีเซลขึ้น
พร้อมกับประกวด พิธีกรผู้แนะนำบอร์ด “พี่ไบโอ-น้องแก๊สซี่” เพื่อส่งเสริมการกล้าแสดงออกของ
เด็กๆไปพร้อมกันด้วย
การแข่งขันจัดบอร์ดนิทรรศการนี้ นับเป็นความแปลกใหม่ของการจัดกิจกรรมการประกวดของเยาวชน เหตุผลที่บริษัทฯ เลือกที่จะดำเนินการจัดแข่งขันจัดบอร์ดนิทรรศการแทนการประกวดรูปแบบอื่น เนื่องจากบอร์ดนิทรรศการเป็นสื่อการสอนที่ประสิทธิภาพในการเรียนหรือถ่ายทอดเนื้อหาสาระความรู้ได้อย่างดี เพราะสื่อสารเนื้อหาได้ตรงประเด็น ชัดเจนอย่างรวดเร็ว กว้างขวาง ทั้งยังสามารถสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมให้
การเรียนรู้ในระหว่างการชมนิทรรศการเป็นไปอย่างเพลินเพลิด
ดังนั้นหากได้มีการส่งเสริมให้อาจารย์ และนักเรียนได้มีโอกาสร่วมกันจัดกิจกรรมดังกล่าว ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสื่อการเรียนประเภทนี้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน เด็กๆ ในโรงเรียนทั่วประเทศก็ได้มีโอกาสรู้จักเรียนรู้ แก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซลในรูปแบบของที่น่าสนใจ สนุกสนาน และได้สาระครบถ้วนในเวลาเดียวกัน
รูปแบบการจัดการประกวด คือ ให้แต่ละโรงเรียนที่สนใจจัดทำบอร์ดนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ในหัวข้อ ไบโอดีเซลและแก๊สโซฮอล์ ให้นักเรียนในโรงเรียนได้เข้ามาชมและศึกษากันที่โรงเรียน และเพื่อให้นักเรียนผู้ชมได้สาระครบถ้วน บริษัทฯ จึงได้จัดประกวดพิธีกรผู้แนะนำความรู้ “พี่ไบโอ-น้องแก๊สซี่” ควบคู่ไปด้วย
ซึ่งปรากฏว่ามีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการนี้มากถึง 600 โรงเรียนจากทั่วประเทศ และจากรายชื่อผู้เข้าร่วมชมนิทรรศการของทุกโรงเรียนรวมกัน พบว่า โครงการนี้มีนักเรียนที่ได้รับความรู้เกี่ยวกับแก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซล กว่า 1,200,000 คน และที่น่าดีใจ คือ มีโรงเรียนจังหวัดยะลา และนราธิวาส ส่งผลงานมาเข้าร่วมและได้รับรางวัลระดับภูมิภาค ด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่แตกต่าง ในการนำเสนอที่เป็นจุดชนะใจกรรมการ
รางวัลที่มอบให้สำหรับเยาวชนพลังงานทดแทน
สำหรับโรงเรียนที่ได้รับรางวัลระดับผู้ภูมิภาค ได้รับทั้งรางวัล และได้มาร่วมโครงการ “บางจาก Youth Club” ทำกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งได้เยี่ยมชมโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของพลังงานไทย แก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซล ทำให้เด็กๆ เกิดความซาบซึ้งในพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยพสกนิกร เพราะทรงได้พัฒนาพลังงานทดแทนนี้มานานล่วงหน้ากว่า 20 ปี เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาในวันนี้ และจะเป็นแรงจูงใจให้ ร่วมกันสนับสนุนการพัฒนา และการใช้พลังงานทดแทนตามรอยพระยุคลบาทให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องไปในอนาคต
สำหรับความรู้ด้านการจัดนิทรรศการและการเป็นพิธีกร ทั้งอาจารย์และนักเรียนก็ได้ความรู้เพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ นักอ่านข่าวและดารานักแสดงคุณภาพของเมืองไทย
ผลงานการจัดนิทรรศการของโรงเรียน จากการประกวดพบว่า ในปัจจุบันอาจารย์และนักเรียนมีความเข้าใจ และมีความสามารถในการจัดนิทรรศการและจัดทำสื่อด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี โดยแต่ละโรงเรียนจะจัดนิทรรศการพร้อมกิจกรรมที่หลากหลาย สร้าง
ความน่าสนใจได้ในระดับที่ดีมากทีเดียว
การจัดกิจกรรมครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นความแปลกใหม่เฉพาะรูปแบบการประกวด สำหรับเยาวชนไทย แต่ยังเป็นนวัตกรรมการสื่อสารด้านพลังงานทดแทน โดยผ่านสื่อการจัดนิทรรศการให้ความรู้พร้อมกัน 600 จุดทั่วประเทศ ระหว่างเดือนมิถุนายน ถึง เดือนกรกฏคม ซึ่งยังไม่เคยมีการจัดนิทรรศการในหัวข้อเดียวกัน พร้อมกันทั่วประเทศ
เช่นนี้มาก่อนในประเทศไทย |