TH

22 May 2026

ก้าวสู่ปีที่ 10 มูลนิธิใบไม้ปันสุข

จากการทำงานร่วมกับครู ป.1 ทั่วประเทศ สู่การยกระดับเครือข่าย “ครูต้นแบบ” เพื่อช่วยเด็กอ่านออกเขียนได้

“เด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้” รอยแผลฝังลึกของระบบการศึกษาไทยที่มีผู้คนมากมาย รวมถึง “คุณครู” ในห้องเรียนต่างพยายามหาทางแก้ไขมาโดยตลอด

มูลนิธิใบไม้ปันสุข โดยกลุ่มบริษัทบางจาก ร่วมกับศูนย์เรียนรู้ทุ่งสักอาศรม ดำเนินโครงการ “อ่านเขียนเรียนสนุก ปั้นเด็กจิ๋วเป็นเด็กแจ๋ว” เพื่อพัฒนาครูชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (ป.1) ให้สามารถวางรากฐานการอ่านเขียนให้เด็ก ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตลอดกว่า 9 ปีที่ผ่านมา โครงการได้ทำงานร่วมกับผู้บริหารสถานศึกษา และครู ป.1 จากกว่า 320 โรงเรียน ผ่านการให้แนวทาง สนับสนุน และติดตามอย่างใกล้ชิด จนเกิดผลลัพธ์ที่เริ่มเห็นเป็นรูปธรรม จนได้พัฒนาต่อยอดสู่เครือข่าย “ครูต้นแบบ” ที่ร่วมกันวางรากฐานภาษาไทย เพื่อให้เด็กไทยสามารถเริ่มต้นก้าวแรกของการอ่านเขียน และเปิดประตูสู่การเรียนรู้อย่างมั่นใจในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

คุณยอดพจน์ วงศ์รักมิตร ประธานกรรมการมูลนิธิใบไม้ปันสุข

ก้าวแรกที่ยั่งยืน เริ่มต้นที่การพัฒนาคน

“การพัฒนาคน คือการพัฒนาที่ยั่งยืน” คือวิสัยทัศน์ที่คุณยอดพจน์ วงศ์รักมิตร ประธานกรรมการมูลนิธิใบไม้ปันสุข ย้ำชัดมาตลอด โดยเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทย ต้องเริ่มจากการแก้ไขปัญหาพื้นฐานของเด็กคนหนึ่งให้ได้ก่อน โจทย์เรื่องการ “อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้” จึงถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นจุดตั้งต้นของโครงการ เพื่อวางรากฐานการเรียนรู้ผ่านการพัฒนาครู ผู้บริหารสถานศึกษา และหัวใจสำคัญคือแนวทาง “บันไดทักษะ 4 ขั้น” ที่พัฒนาโดย ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ แห่งศูนย์เรียนรู้ทุ่งสักอาศรม ซึ่งออกแบบกระบวนการสอนภาษาไทยให้เป็นไปตามวิถีภาษาไทย ผ่านการอบรม ติดตาม ที่เป็นระบบ ชัดเจน และต่อเนื่อง เปรียบเสมือนการติดตั้ง “อาวุธทางปัญญา” ให้กับครู ทั้งในด้านองค์ความรู้ เครื่องมือ และการให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ครูเกิดความมั่นใจ และสามารถส่งต่อโอกาสทางการศึกษาไปสู่เด็ก ๆ

เมื่อแนวทางเริ่มถูกนำไปใช้จริงในห้องเรียน สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่แค่วิธีการสอน แต่ยังรวมไปถึงตัวผู้สอนเองด้วย และนี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทาง “ครูต้นแบบ”

ถอดบทเรียนความสำเร็จ บนเส้นทาง “ครูต้นแบบ”

การเป็น "ครู ป.1 ต้นแบบ" ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่คือผลลัพธ์ของการฝึกฝน เรียนรู้ และลงมือทำ

กิจกรรม “เสริมพลังครูต้นแบบ สร้างเครือข่ายการเรียนรู้” ที่มูลนิธิใบไม้ปันสุขจัดขึ้นเพื่อขยายผลการพัฒนาครู ป.1 เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ครูในโครงการได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ถอดบทเรียน และส่งต่อแนวทางการสอนที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละพื้นที่

ครูก้อย “ในดวงตา ปทุมสูติ” ผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้

ครูก้อย-ในดวงตา ปทุมสูติ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญการแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ จากศูนย์เรียนรู้ทุ่งสักอาศรม อธิบายหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ว่า

“เมื่อครูผ่านการเรียนรู้และลงมือทำทุกวัน จะเกิดความมั่นใจ ควบคู่กับการได้เห็นพัฒนาการที่ดีของลูกศิษย์ และเมื่อสอนได้อย่างครบถ้วน แม่นยำ จนเป็นต้นแบบให้กับผู้อื่นได้ ก็ย่อมเกิดความเชื่อมั่นในการร่วมถ่ายทอดไปยังเพื่อนครูทั้งภายในและนอกโรงเรียน เป็นการส่งต่อที่ไม่มีวันสิ้นสุด”

จากแนวทางนี้ ความเปลี่ยนแปลงเริ่มปรากฏชัดในห้องเรียนหลายพื้นที่ ผ่านเรื่องราวจริงของครูต้นแบบ

สำหรับครูอรพินท์ บุตรงาม จากโรงเรียนวัดโตนดเตี้ย จ.พระนครศรีอยุธยา เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดหลังใช้ “บันไดทักษะ 4 ขั้น” อย่างต่อเนื่อง เด็ก ๆ ที่เคยอ่านคำนอกบทเรียนไม่ได้ ก็เริ่มอ่านออกเขียนได้มากขึ้น

ขณะที่ครูพงษ์พัฒน์ เขจรเจิม จากโรงเรียนบ้านดงหมู จ.กาฬสินธุ์ สะท้อนมุมมองของครู ป.1 ว่า ไม่ใช่เพียงผู้สอนหน้ากระดาน แต่คือผู้ปูพื้นฐานชีวิต เป็นทั้งผู้ให้ความรู้ ความรัก และโลกทั้งใบให้กับเด็ก ๆ ซึ่งการอ่านออกเขียนได้ คือก้าวแรกของการเติบโตอย่างมั่นคงของต้นกล้าเล็ก ๆ เหล่านี้

ด้านครูธัญวรรณ รื่นเริง จากโรงเรียนห้วยกวางจริง จ.เพชรบุรี มองว่าความสำเร็จของกระบวนการนี้ คือการทำให้เด็กเข้าใจหลักการอ่าน การแจกลูก สะกดคำอย่างถูกต้อง แม้พบคำใหม่ ๆ นอกบทเรียนก็สามารถอ่านออกได้ด้วยตัวเอง

โอกาสทางการเรียนรู้ ที่อยู่เหนือข้อจำกัด

เมื่อเป้าหมายของโครงการคือการทำให้เด็กอ่านออกเขียนได้ พื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์และข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์อย่างจังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงกลายเป็นอีกบททดสอบสำคัญของการทำงานด้านการศึกษา

ดร.สุรพล ศรีศิลป์ ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 2 กล่าวว่า การพัฒนาทักษะการอ่านเขียนในพื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย แต่การทำงานร่วมกับมูลนิธิใบไม้ปันสุขและทุ่งสักอาศรมที่ผ่านมา ได้เห็นพัฒนาการที่ชัดเจนทั้งในด้านศักยภาพของครู และผลลัพธ์ที่เกิดกับนักเรียน ซึ่งไม่ใช่เพียงผลการเรียนที่ดีขึ้น แต่ยังรวมถึงความมั่นใจและความสุขของเด็ก ๆ ในการเรียนรู้

ในช่วงเริ่มต้น ครูหลายคนเต็มไปด้วยความกังวล แต่เมื่อผลลัพธ์เริ่มปรากฏชัด ความรู้สึกนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความภูมิใจ ดังเช่น ครูอภิชญา สุวรรณแปง จากโรงเรียนล่องแพวิทยา จ.แม่ฮ่องสอน

"จากที่เคยกดดัน กลัวสอนผิด จนวันนี้เราเริ่มสนุกไปกับการสอน และมองเห็นทางออกในการช่วยเด็กเป็นรายบุคคลได้ดีขึ้น เด็กอยากมาโรงเรียนทุกวัน และกล้าที่จะอ่านออกเสียงดัง ๆ อ่านสิ่งรอบตัวให้ครูฟัง นั่นคือความสำเร็จที่มากกว่าการอ่านออกเขียนได้"

ก้าวต่อไปของห้องเรียนแห่งความหวัง

ปัจจุบัน โครงการอ่านเขียนเรียนสนุก ปั้นเด็กจิ๋วเป็นเด็กแจ๋ว ได้ขยายเครือข่ายสู่ 61 จังหวัดทั่วประเทศ และในก้าวต่อไป มูลนิธิใบไม้ปันสุขยังคงมุ่งมั่นสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ เพื่อให้เด็ก ๆ ในห้องเรียน ป.1 ได้เริ่มต้นก้าวแรกของชีวิตการเรียนรู้อย่างมั่นใจ ผ่านพลังของ “ครูต้นแบบ” และ “ครู ป.1” ที่ยังคงส่งต่อโอกาสทางการศึกษาไปสู่เด็ก ๆ ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ