EN

17 กรกฎาคม 2560

ธุรกิจลิเทียมรุ่ง บางจากฯ ถือหุ้น 1,100 ล้านบาท

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2560 บริษัท BCP Innovation Pte. Ltd. (BCPI) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท บางจากฯ ได้ซื้อหุ้นเพิ่มทุนใน Lithium Americas Corp. หรือ LAC ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตรอนโต ประเทศแคนาดา ซึ่งได้ดำเนินโครงการเหมืองลิเทียมที่ประเทศอาร์เจนตินาและประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 50 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 0.85 ดอลลาร์แคนาดา รวมมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 42.50 ล้านดอลลาร์แคนาดา ทำให้ BCPI ถือหุ้นใน LAC รวมเป็น 70 ล้านหุ้นหรือร้อยละ 16.1 ของทุนชำระแล้ว เพื่อขยายธุรกิจด้านทรัพยากรธรรมชาติและนวัตกรรมพลังงาน

สำหรับข้อกำหนดและเงื่อนไขในการให้กู้ยืมและการซื้อผลผลิตดังกล่าวจะเป็นไปตามทางการค้าปกติ โดยมีค่าตอบแทนที่เหมาะสมในลักษณะเดียวกันกับการทำธุรกรรมระหว่างผู้ค้าที่มีความเป็นอิสระและไม่มีความเกี่ยวโยงกัน การลงทุนในครั้งนี้มีขนาดรายการประมาณ 32 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1,100 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าร้อยละ 15 ตามเกณฑ์การได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์

ทั้งนี้ บริษัท บางจากฯ ได้บรรลุข้อตกลงและลงนามในสัญญาให้เงินกู้ยืมแก่ LAC จำนวนไม่เกิน 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และสัญญาซื้อผลผลิตแร่ลิเทียมจากโครงการ Cauchari Olaroz เหมืองลิเทียมที่ประเทศอาร์เจนตินาเป็นเวลา 20 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มต้นการจำหน่ายเชิงพาณิชย์ ในสัดส่วนร้อยละ 20 ของกึ่งหนึ่งของผลผลิตแร่ลิเทียมในระยะที่ 1 ที่มีกำลังการผลิต 25,000 ตันต่อปี

โดยเงินกู้ยืมดังกล่าว LAC จะนำไปใช้เพื่อลงทุนใน Minera Exar S.A. สำหรับการก่อสร้างและดำเนินการเกี่ยวกับเหมืองลิเทียมในโครงการ Cauchari Olaroz ประเทศอาร์เจนตินา ซึ่ง Minera Exar S.A. ได้รับสัมปทานในการสำรวจและทำเหมืองแร่ลิเทียมในประเทศอาร์เจนตินา โดย LAC เป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 50 ร่วมกับ Sociedad Quimica y Minera de Chile (SQM) จากประเทศชิลี โดย SQM เป็นผู้ประกอบธุรกิจเคมีภัณฑ์ขนาดใหญ่ และยังเป็นผู้ผลิตลิเทียมจากน้ำเกลือ (brine) รายใหญ่ที่สุดในโลกและมีต้นทุนในการผลิตต่ำสุด

อนึ่ง ปัจจุบัน Minera Exar อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการ Cauchari Olaroz ซึ่งเป็นเหมืองลิเทียมในจังหวัด Jujuy ประเทศอาร์เจนตินา มีกำลังการผลิต 25,000 ตันต่อปีในระยะแรก เพิ่มเป็น 50,000 ตันต่อปี ในระยะที่ 2 และจะผลิตแร่ลิเทียมจากน้ำเกลือในเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2562 นอกจากนี้ LAC ยังมีการพัฒนาเหมืองลิเทียมอีกแห่งหนึ่งในรัฐ Nevada ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย