EN

โครงสร้างการถือหุ้นและธุรกิจ

วันที่กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น 3 มีนาคม 2565

ดูรูปใหญ่

โครงสร้างธุรกิจ

โรงกลั่นน้ำมันของบริษัทฯ เป็นแบบ Complex Refinery มีกำลังการผลิตสูงสุด 120,000 บาร์เรลต่อวัน สามารถผลิตน้ำมันกลุ่มเบนซินและดีเซลได้เป็นส่วนใหญ่ โดยผลิตภัณฑ์น้ำมันแก๊สโซฮอล์และน้ำมันดีเซลจากโรงกลั่นน้ำมันบางจากเป็นน้ำมันที่ได้คุณภาพตามข้อกำหนดมาตรฐานยูโร 4 ของภาครัฐ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพการกลั่นและเสถียรภาพโรงกลั่นให้สูงสุดควบคู่ไปกับการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านโครงการ FAST+, โครงการ 3E อีกทั้งบริษัทฯ ยังมุ่งเน้นที่จะใช้ไฟฟ้าและไอน้ำที่ผลิตโดยโรงไฟฟ้าพลังงานร่วม (Cogeneration Power Plant) ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแทนการใช้น้ำมันเตา

บริษัท BCP Trading Pte. Ltd.
บริษัท BCP Trading Pte. Ltd. (BCPT) จัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เพื่อการค้าสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งรวมถึงน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์อื่น ๆ รวมถึงธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่น ๆ โดยมีทุนจดทะเบียน 30 ล้านดอลลาร์ สรอ. และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100

บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด
บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด (BFPL) จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจขนส่งเชื้อเพลิงและ โลจิสติกส์ และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100

บริษัท เจนเนอรัล เอนเนอร์ยี่ แมนนิ่ง จำกัด
บริษัท เจนเนอรัล เอนเนอร์ยี่ แมนนิ่ง จำกัด (GEM) มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 49 จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจการให้บริการสรรหาและบริหารจัดการบุคลากร

บริษัท บงกช มารีน เซอร์วิส จำกัด
บริษัท บงกช มารีน เซอร์วิส จำกัด (BONGKOT) มีทุนจดทะเบียน 240 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 30 มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาและบริหารจัดการเรือสำหรับกักเก็บน้ำมัน (Floating Storage Unit)

บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด
บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด (FPT) บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 4.78 จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินกิจการบริการจัดส่งน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดิน ซึ่งท่อขนส่งน้ำมันเป็นชนิดที่สามารถส่งน้ำมันได้หลายชนิด (Multi Product Pipeline) โดยมีจุดเริ่มต้นของท่อที่โรงกลั่นน้ำมันบางจาก เดินท่อเลียบแนวพื้นที่ทางรถไฟไปยังคลังน้ำมันบริเวณช่องนนทรี ต่อไปยังคลังน้ำมันที่สนามบินดอนเมือง และต่อไปยังที่คลังน้ำมันที่อำเภอบางปะอินของบริษัทฯ และ บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด ทั้งนี้ได้มีการเชื่อมต่อแนวท่อบริเวณมักกะสันกับระบบท่อของบริษัท เจพี-วัน แอสเซ็ท จำกัด เพื่อจัดส่งน้ำมันอากาศยานให้กับสนามบินสุวรรณภูมิ โดยได้มีการพัฒนาโครงการขยายท่อส่งน้ำมันเพิ่มเติมจากอำเภอบางปะอินไปทางภาคเหนือที่คลังนํ้ามันพิจิตร และก่อสร้างแนวท่อส่งต่อไปยังคลังน้ำมันลำปาง ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2563

กลุ่มธุรกิจการตลาด จำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นให้กับผู้บริโภค ผ่านเครือข่ายสถานีบริการของบริษัทฯ ที่มีอยู่ทั่วประเทศรวม 1,277 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายสถานีบริการมาตรฐานจำนวน 662 แห่ง และสถานีบริการชุมชนจำนวน 615 แห่ง (ณ 31 ธันวาคม 2564) รวมถึงการจำหน่ายให้กลุ่มผู้ใช้ภาคอุตสาหกรรม ขนส่ง สายการบิน เรือขนส่ง ก่อสร้าง และเกษตรกรรมพร้อมอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าด้วยธุรกิจนอนออยล์ต่าง ๆ ในสถานีบริการ ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด

บริษัท บางจากกรีนเนท จำกัด
บริษัท บางจากกรีนเนท จำกัด (BGN) มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 49 จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารสถานีบริการน้ำมัน รวมถึงดำเนินกิจการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ ในร้านใบจาก และร้านเลมอนกรีน

บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด
บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด (BCR) มีทุนจดทะเบียน 1,500 ล้านบาท และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 เพื่อประกอบธุรกิจร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม ปัจจุบันมีร้านกาแฟอินทนิล “Inthanin” จำนวนกว่า 817 แห่ง (ณ 31 ธันวาคม 2564)

บริษัท ออมสุข วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด
บริษัท ออมสุข วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด มีทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 50.40 จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจซื้อสินค้าเกษตร และพืชอินทรีย์อื่น ๆ เพื่อแปรรูป ทำการตลาด จัดจำหน่าย และวิจัยพัฒนา

บริษัทฯ ลงทุนในธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยถือหุ้นร้อยละ 57.46 ในบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ซึ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ด้วยการเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2559 เพื่อประกอบธุรกิจและลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าพลังงาน สีเขียวรูปแบบต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ เป็นต้น

บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)
บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) (BCPG) มีทุนจดทะเบียน 16,508 ล้านบาท จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจและลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสีเขียวทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ณ สิ้นปี 2564 BCPG มีกำลังการผลิตรวม 504.7 เมกะวัตต์ โดยในปีที่ผ่านมา บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) (BCPG) ได้ลงทุนในหุ้นกู้แปลงสภาพของบริษัท วีอาร์บี เอนเนอร์ยี่ (VRB Energy) ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ (Utility-Scale Energy Storage System) ประเภทวานาเดียมรีดอกซ์โฟลว์ (Vanadium Redox Flow) วงเงิน 24 ล้านดอลลาร์ สรอ. และได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ Vietnam Electricity โดยเป็นการซื้อขายไฟฟ้าขนาดกำลังการผลิตตามสัญญา 600 เมกะวัตต์ ที่ชายแดน สปป.ลาว-เวียดนาม อายุสัญญา 25 ปี

ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของพลังงานทดแทน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการขาดดุลการค้าจากการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ สนับสนุนเกษตรกร และรักษาสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ได้ส่งเสริมสนับสนุนการนำเอทานอลและไบโอดีเซลมาผสมกับน้ำมันเบนซินและดีเซล เป็นผลิตภัณฑ์แก๊สโซฮอล์ และ ไบโอดีเซลเกรดต่าง ๆ โดยบริษัทฯ ลงทุนในธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ผ่านการถือหุ้นในบริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ BBGI

บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน)
บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) (BBGI) จัดตั้งขึ้นโดยการควบกิจการระหว่างบริษัท บีบีพี โฮลดิ้ง จำกัด (BBH) (บริษัทย่อยของบริษัทฯ) และบริษัท เคเอสแอล จีไอ จำกัด (KSLGI) (บริษัทย่อยของบริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน)) มีทุนจดทะเบียน 2,532 ล้านบาท และในเดือนเมษายน 2561 ได้จดทะเบียนแปลงสภาพจากบริษัทจำกัดเป็นบริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) (BBGI) และให้มีการจดทะเบียนเพิ่มทุนเป็น 3,615 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 433.20 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 2.50 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทฯ ถือหุ้นใน BBGI สัดส่วนร้อยละ 42.02 ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอล ไบโอดีเซล และผลิตภัณฑ์พลอยได้ รวมทั้งประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โดยบริษัทย่อยและบริษัทร่วมของ BBGI มีกำลังการผลิตรวม 1,600,000 ลิตรต่อวัน แบ่งเป็นกำลังการผลิตเอทานอล 600,000 ลิตรต่อวัน และไบโอดีเซล 1,000,000 ลิตรต่อวัน โดยมีบริษัทย่อยและร่วม ดังนี้

บริษัท บางจากไบโอฟูเอล จำกัด
บริษัท บางจากไบโอฟูเอล จำกัด (BBF) มีทุนจดทะเบียน 281.5 ล้านบาท ซึ่งมี BBGI ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 70 จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจผลิตไบโอดีเซลโดยใช้น้ำมันปาล์มดิบเป็นวัตถุดิบหลัก โดยพื้นที่โรงงานตั้งอยู่ติดกับคลังน้ำมันบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1,000,000 ลิตรต่อวัน

บริษัท บางจากไบโอเอทานอล (ฉะเชิงเทรา) จำกัด
บริษัท บางจากไบโอเอทานอล (ฉะเชิงเทรา) จำกัด (BBE) มีทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท ซึ่งมี BBGI ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 85 ตั้งอยู่ที่อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ประกอบธุรกิจผลิตเอทานอล โดยใช้มันสำปะหลังสดมันสำปะหลังเส้น น้ำตาลทรายและกากน้ำตาลเป็นวัตถุดิบหลัก มีกำลังการผลิต 150,000 ลิตรต่อวัน

บริษัท เคเอสแอล กรีน อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน)
บริษัท เคเอสแอล กรีน อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KGI มีทุนจดทะเบียน 610 ล้านบาท ซึ่งมี BBGI ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอลโดยใช้กากน้ำตาล ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาล ปัจจุบัน KGI มีโรงงานผลิตเอทานอลจำนวน 2 แห่ง ในอำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี กำลังการผลิต 300,000 ลิตรต่อวัน และอำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น กำลังการผลิต 150,000 ลิตรต่อวัน ปัจจุบันกำลังปรับปรุงโรงงาน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอีก 200,000 ลิตรต่อวัน

บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน)
บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) (UBE) มีทุนจดทะเบียน 3,914.29 ล้านบาท ซึ่งมี BBGI ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 12.39 ตั้งอยู่ที่ อำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบธุรกิจผลิตเอทานอล โดยสามารถใช้มันสำปะหลังสด มันเส้น และกากน้ำตาลเป็นวัตถุดิบ มีกำลังการผลิต 400,000 ลิตรต่อวัน นอกจากนี้ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) ยังมีบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจด้านการแปรรูปมันสำปะหลังเป็นแป้ง และมีโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพที่ได้จากการบำบัดน้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตแป้งและเอทานอล

บริษัท บีบีจีไอ ยูทิลิตี้ แอนด์ เพาเวอร์ จำกัด (BUP)
บริษัท บีบีจีไอ ยูทิลิตี้ แอนด์ เพาเวอร์ จำกัดมีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท ซึ่งมี BBGI ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 จัดตั้งขึ้น เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายพลังงานชีวภาพ ไฟฟ้า และสาธารณูปโภค

บริษัท วิน อินกรีเดียนส์ จำกัด

บริษัท วิน อินกรีเดียนส์ จำกัด มีทุนจดทะเบียน 320 ล้านบาท ซึ่งมี BBGI ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 51 จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออกผลิตภัณฑ์ชีวภาพและเคมีภัณฑ์ทุกประเภท

สำหรับบริษัทอื่นที่ลงทุน ได้แก่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเมื่อวันที่ 21-23 กันยายน 2564 บริษัท อุบลฯมีการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท BBGI จึงปรับลดลงจากร้อยละ 21.28 เป็นร้อยละ 12.39

กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ เป็น 1 ใน 5 ธุรกิจหลัก ซึ่งจะดูแลและพัฒนาธุรกิจต้นน้ำของปิโตรเลียม ธุรกิจแร่ลิเทียม และ ธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์ก๊าซธรรมชาติเหลว โดยบริษัทฯ ได้จัดตั้ง บริษัท บีซีพีอาร์ จำกัด ขึ้นในประเทศไทย และ BCPR Pte. Ltd. ขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม บริษัท บีทีเอสจี จำกัด ขึ้นในประเทศไทย เพื่อดำเนินธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์ก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas (LNG)) และได้ จัดตั้งบริษัท BCP Innovation Pte. Ltd. ขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เพื่อดำเนินธุรกิจแร่ลิเทียม และ ธุรกิจ Startup

BCP Innovation Pte. Ltd.
BCP Innovation Pte. Ltd. (BCPI) มีทุนจดทะเบียน 53.3 ล้านดอลลาร์ สรอ. และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 จัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจการและการลงทุนธุรกิจเกี่ยวกับแร่ลิเทียม และธุรกิจ Startup ต่าง ๆ ปัจจุบัน BCPI มีสิทธิในการซื้อลิเทียมตามสัญญา Lithium Purchase Agreement กับ บริษัท Lithium Americas Corp. สูงสุด 6,000 ตันต่อปี จากโครงการ Cauchari-Olaroz และได้ลงทุนในธุรกิจ Startup อีกหลายโครงการ

บริษัท บีซีพีอาร์ จำกัด
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 บริษัทได้จัดตั้ง บริษัท บีซีพีอาร์ จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทย ปัจจุบัน มีทุนจดทะเบียน 661 ล้านบาท (แบ่งเป็น 6.61 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท โดยบริษัทถือหุ้นร้อยละ 100) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจการและลงทุนธุรกิจด้านทรัพยากรธรรมชาติ และได้เข้าลงทุนใน BCPR Pte. Ltd. ซึ่งจัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เพื่อร่วมเข้าลงทุนใน OKEA ASA ที่ดำเนินการพัฒนาและผลิตปิโตรเลียมในประเทศนอร์เวย์

BCPR Pte. Ltd.
BCPR Pte. Ltd. จัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 มีทุนจดทะเบียน 18.2 ล้านดอลลาร์ สรอ. และบริษัท บีซีพีอาร์ จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ดำเนินกิจการและการลงทุนธุรกิจเกี่ยวกับด้านพลังงาน ปิโตรเคมี และทรัพยากรธรรมชาติในต่างประเทศ ปัจจุบัน BCPR Pte. Ltd. ได้เข้าลงทุนในบริษัท OKEA ASA ที่ดำเนินการสำรวจ พัฒนาและผลิตปิโตรเลียมในประเทศนอร์เวย์

OKEA ASA
OKEA ASA เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศนอร์เวย์ ดำเนินการสำรวจ พัฒนาและผลิตปิโตรเลียมในประเทศนอร์เวย์ โดย BCPR Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ปัจจุบันถือหุ้นใน OKEA ASA คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 45.71 โดย OKEA ASA มีการผลิตแหล่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ Draugen, Gjoa, Ivar Aasenและ Yme (เริ่มการผลิตในไตรมาส 4 ปี 2564) และถือสิทธิ์หรืออยู่ระหว่างการพัฒนาในแหล่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ Grevling, Aurora และ Falk และแหล่งสัมปทาน อีกหลายแปลงในประเทศนอร์เวย์ นอกจากนี้ OKEA ASA ยังเป็นผู้ดำเนินการ (Operator) ให้กับอีกหลายแปลง ทั้งนี้ OKEA ASA ยังคงมุ่งมั่นหาโอกาสในการดำเนินธุรกิจให้เติบโต และขยายการทำ M&A อย่างต่อเนื่อง

บริษัท บีทีเอสจี จำกัด (BTSG)
มีทุนจดทะเบียน 200,000,000 บาท บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 51 ประกอบธุรกิจจัดหาและจำหน่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

บริษัท ไทยสเปเชี่ยลแก๊ส จำกัด (TSG)
มีทุนจดทะเบียน 50,000,000 บาท บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 5 ประกอบธุรกิจจัดหา บรรจุ จำหน่ายก๊าซอุตสาหกรรม รวมถึงเป็นผู้ให้บริการออกแบบ ติดตั้งอุปกรณ์ ระบบทางวิศวกรรม ตลอดจนจำหน่ายเครื่องมือ อุปกรณ์ และให้บริการทดสอบอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ถังก๊าซอุตสาหกรรม อีกด้วย

เพื่อมุ่งสู่การเป็นกลุ่มบริษัทนวัตกรรมสีเขียวชั้นนำในเอเชีย บริษัทฯ ได้ขยายการลงทุนในด้านนวัตกรรมพลังงานใหม่ๆ เช่น ธุรกิจลิเทียมซึ่งสามารถนำมาใช้ผลิตแบตเตอรี่ในรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV Cars) และการต่อยอดผลิตภัณฑ์ชีวภาพ (Bio-based Products) ที่เดิมเน้นการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น ได้มีการจัดตั้งบริษัทย่อย (Venture Capital) เพื่อประกอบกิจการเงินร่วมลงทุน และ/หรือลงทุนในธุรกิจ Startup ในประเทศไทยที่ประกอบกิจการใน 10 กิจการที่รัฐต้องการสนับสนุนตามกฎหมาย

บริษัท บีซีวี ไบโอเบส จำกัด (BCVB)
มีทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน เพื่อลงทุนในธุรกิจ Startup ในประเทศไทยที่ประกอบกิจการด้านนวัตกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ชีวภาพ

บริษัท บีซีวี เอ็นเนอร์ยี จำกัด (BCVE)
มีทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน เพื่อลงทุนในธุรกิจ Startup ในประเทศไทยที่ประกอบกิจการด้านนวัตกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงาน

บริษัท บีซีวี อินโนเวชั่น จำกัด (BCVI)
มีทุนจดทะเบียน 65.1 ล้านบาท บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน เพื่อลงทุนในธุรกิจ Startup ในประเทศไทยที่ประกอบกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับนวัตกรรม

บริษัท วินโนหนี้ จำกัด (“WINNONIE”)
มีทุนจดทะเบียน 90.1 ล้านบาท ซึ่งมี BCVI ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 55.49 โดย Winnonie ประกอบธุรกิจให้บริการรถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้า เปลี่ยนถ่ายแบตเตอรี่ รวมถึงธุรกิจต่อยอดอื่นๆ ในอนาคต สอดคล้องกับเป้าหมายการเป็นผู้นำนวัตกรรมพลังงานสีเขียวของบริษัทฯ