05 มิถุนายน 2569
โครงการคลังน้ำมันเพชรบุรี: การตอบโจทย์โครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มบริษัทบางจาก
การลงทุนด้วยเหตุผลทางธุรกิจ ภายใต้หลักธรรมาภิบาล
ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันอาจดูเหมือนเป็นเรื่องของกำลังการผลิต แต่ในความเป็นจริง ความมั่นคงของโรงกลั่นไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวโรงกลั่นเพียงอย่างเดียว หากยังรวมถึงระบบโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ที่รองรับอยู่เบื้องหลัง ตั้งแต่การรับน้ำมันดิบ การจัดเก็บ การขนส่ง ไปจนถึงการบริหารจัดการ Supply Chain ทั้งระบบ
สำหรับโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและไม่ได้อยู่ติดทะเลเหมือนโรงกลั่นส่วนใหญ่ในประเทศไทย การรับน้ำมันดิบจากเรือขนาดใหญ่จึงมีข้อจำกัดมากกว่าปกติ ทำให้บริษัทจำเป็นต้องพึ่งพาคลังน้ำมันและระบบโลจิสติกส์ภายนอกมาโดยตลอด
ด้วยเหตุนี้ “คลังน้ำมัน” จึงไม่ใช่เพียงทรัพย์สิน แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของธุรกิจโรงกลั่น และเกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงด้านพลังงานและความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ
ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2537 บางจากฯ เคยใช้เรือ FSU WYOMING เป็นคลังลอยน้ำบริเวณใกล้เกาะสีชัง เพื่อรองรับการรับน้ำมันดิบจากต่างประเทศ ก่อนจะปรับมาใช้คลังน้ำมันบนบก 2 แห่งในพื้นที่ศรีราชาตั้งแต่ปี 2543 และต่อมายังมีการใช้ FSU BONGKOT ในช่วงปี 2560–2565 เพื่อรองรับการบริหารจัดการน้ำมันดิบในช่วงเปลี่ยนผ่าน
บางจากฯ ได้ศึกษาทางเลือกด้านคลังน้ำมันและโลจิสติกส์มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้คลังลอยน้ำ การเช่าคลัง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่ รวมถึงการศึกษาโครงการในหลายพื้นที่ เช่น ศรีราชา ระยอง จุกเสม็ด และพื้นที่ฝั่งตะวันตกของประเทศ


หนึ่งในทางเลือก คือโครงการคลังน้ำมันเพชรบุรี ซึ่งบางจากฯ เคยศึกษาตั้งแต่ปี 2553 แต่ในขณะนั้นโครงการยังมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งจำนวนถัง ระบบท่อส่ง และความสามารถในการรองรับเรือขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวได้มีการพัฒนาเพิ่มเติมอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจำนวนถังที่เพิ่มจาก 16 ถังเป็น 20 ถัง ความจุที่เพิ่มจากประมาณ 500 ล้านลิตรเป็นประมาณ 720 ล้านลิตร ระบบท่อส่งที่เพิ่มจาก 3 เส้นเป็น 5 เส้น รวมถึงท่าเทียบเรือที่เพิ่มจาก 2 จุดเป็น 6 จุด และสามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ได้มากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้ศักยภาพของโครงการแตกต่างจากในอดีต ทั้งในด้านโลจิสติกส์ ความสามารถในการให้บริการ และการรองรับธุรกิจในอนาคต
ขณะเดียวกัน BCPG ก็อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุน เพื่อขยายจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนไปสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอและเสริมความมั่นคงของธุรกิจในระยะยาว โครงการคลังน้ำมันเพชรบุรีจึงเป็นหนึ่งในโอกาสที่สอดคล้องทั้งกับทิศทางของ BCPG และความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มบริษัทบางจาก
ในการพิจารณาการลงทุน BCPG ไม่ได้ประเมินเฉพาะมูลค่าของที่ดิน ถังน้ำมัน หรือท่าเรือเท่านั้น แต่ยังพิจารณาถึงความสามารถในการสร้างรายได้และรองรับธุรกิจในอนาคต โดยใช้วิธีประเมินมูลค่าจากกระแสเงินสดในระยะยาว (Discounted Cash Flow: DCF) ร่วมกับความเห็นจากผู้ประเมินอิสระ และใช้สมมติฐานอย่างระมัดระวัง รวมถึงอัตราค่าบริการที่สอดคล้องกับภาวะตลาด


ขณะเดียวกัน ธุรกรรมดังกล่าวยังผ่านกระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนของบริษัทจดทะเบียน ทั้งคณะกรรมการชุดย่อยที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่คณะกรรมการ BCPG จะพิจารณาอนุมัติการลงทุนในขั้นสุดท้าย
ในด้านโครงสร้างธุรกรรม มีการแยกทรัพย์สิน สิทธิ และสัญญาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจคลังน้ำมันและท่าเรือมาอยู่ภายใต้บริษัทใหม่ เพื่อให้การรับโอนกิจการมีความชัดเจน โปร่งใส และลดความเสี่ยงจากภาระอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก
หลังการเข้าซื้อกิจการ ยังมีขั้นตอนทางบัญชีที่เรียกว่า Purchase Price Allocation (PPA) ซึ่งเป็นมาตรฐานปกติของการซื้อกิจการ เพื่อจำแนกมูลค่าของสินทรัพย์แต่ละประเภทให้สอดคล้องกับมาตรฐานบัญชี ทั้งสินทรัพย์ถาวร สิทธิในการให้บริการ และสินทรัพย์ทางภาษี โดยมูลค่ารวมของธุรกรรมยังคงเท่ากับมูลค่าการลงทุนเดิม และไม่ได้มีการด้อยค่าของสินทรัพย์แต่อย่างใด
ในโลกธุรกิจพลังงาน การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานอาจไม่ได้เป็นสิ่งที่มองเห็นชัดเหมือนสถานีบริการน้ำมันหรือโรงกลั่น แต่เบื้องหลังความมั่นคงด้านพลังงาน ล้วนต้องอาศัยระบบคลัง ท่อส่ง ท่าเรือ และโลจิสติกส์ที่แข็งแรงรองรับอยู่เสมอ
โครงการคลังน้ำมันเพชรบุรีจึงไม่ใช่เพียงการลงทุนในสินทรัพย์ หากเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมความมั่นคงด้านโครงสร้างพื้นฐานและ Supply Chain เพื่อรองรับการเติบโตของกลุ่มบริษัทบางจากในระยะยาว ด้วยเหตุผลทางธุรกิจและภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ชัดเจน
การลงทุนด้าน คลังน้ำมัน และ โลจิสติกส์
เป็นการ แก้ข้อจำกัด ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ของโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนงและ เสริมความมั่นคงด้านพลังงาน
การลงทุนในเพชรบุรี
พิจารณาจาก ศักยภาพของ โครงสร้างพื้นฐาน ที่ได้รับการพัฒนา เพิ่มเติม ทั้งถังจัดเก็บน้ำมัน ระบบท่อและ ความสามารถในการรองรับเรือและการขนส่งทางทะเล
ธุรกรรมผ่านการประเมินมูลค่าจากที่ปรึกษาอิสระและกระบวนการพิจารณาตามขั้นตอน ของบริษัทจดทะเบียน
จากฝ่ายบริหาร คณะกรรมการชุดย่อยที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่คณะกรรมการ BCPG ตัดสินใจลงทุนในขั้นสุดท้าย
กลุ่มบริษัทบางจาก ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล
ความโปร่งใส และการกำกับดูแลกิจการทิดในการดำเนินธุรกิจ